สูตรเซรั่มน้ำที่มีความเสถียร: Galactomyces Ferment Filtrate และ Ascorbyl Glucoside

ถามโดย: lee_nu322 เมื่อ: December 06, 2025 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

สำหรับสูตรเซรั่ม Galactomyces + Vitamin C ในเครื่องสำอางสำหรับใช้ส่วนตัวขนาด 100 กรัม ควรเลือกส่วนผสมอย่างไรบ้าง:

  • ควรเลือก Galactomyces ตัวไหน (เช่น Galactomyces Ferment Filtrate)?
  • ควรเลือก Vitamin C ตัวไหนเพื่อให้สูตรมีความเสถียรสูงสุด (เช่น Ascorbyl Glucoside หรือ L-Ascorbic Acid)?
  • ปริมาณที่เหมาะสมของสารออกฤทธิ์คือเท่าไหร่?
  • ควรใช้เบส (Base) อะไรในการผสม?
  • วิธีการผสมที่แนะนำคืออะไร?
  • ความเสถียรและอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์จะนานแค่ไหน?

คำตอบ

สูตรนี้ออกแบบมาสำหรับเซรั่มสูตรน้ำที่มีความเสถียร โดยใช้ส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีที่สุด

ส่วนผสมและปริมาณที่แนะนำ (เซรั่ม 100 กรัม)

ส่วนผสม รหัสสินค้า หน้าที่ % น้ำหนัก กรัม (สำหรับ 100 กรัม)
เฟส A (เบสน้ำ)
น้ำกลั่น (Distilled Water) N/A ตัวทำละลาย Q.S. ถึง 100% (ประมาณ 61.8%) 61.8 กรัม
กลีเซอรีน (Glycerin) (หรือ Propanediol) N/A สารให้ความชุ่มชื้น 5.0% 5.0 กรัม
สารเพิ่มความหนืด (เช่น Xanthan Gum) N/A เพิ่มความหนืด 0.2% 0.2 กรัม
เฟส B (สารออกฤทธิ์)
Galactomyces Ferment Filtrate (aka Pitera) 357 บำรุงผิว 30.0% 30.0 กรัม
Ascorbyl Glucoside (AA-2G Stabilized Vitamin C) 265 อนุพันธ์วิตามินซี 2.0% 2.0 กรัม
เฟส C (สารกันเสียและค่า pH)
สารกันเสียชนิด Broad-Spectrum N/A สารกันเสีย 1.0% 1.0 กรัม
สารปรับค่า pH (เช่น Citric Acid/Sodium Hydroxide) N/A ปรับค่า pH Q.S. Q.S.
รวม 100.0% 100.0 กรัม

เหตุผลในการเลือกส่วนผสม

  1. Galactomyces: เราแนะนำ Galactomyces Ferment Filtrate (aka Pitera) (รหัส 357) ในความเข้มข้นสูง (30%) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  2. วิตามินซี: เราแนะนำ Ascorbyl Glucoside (AA-2G Stabilized Vitamin C) (รหัส 265) ที่ 2.0% อนุพันธ์ตัวนี้ละลายน้ำได้และมีความเสถียรสูง ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผสมกับ Galactomyces ที่เป็นเบสน้ำ นอกจากนี้ยังมีความเสถียรในช่วง pH ที่เป็นมิตรต่อผิว (5.0-7.0) ซึ่งหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่เสถียรของ L-Ascorbic Acid (ซึ่งต้องใช้ pH ต่ำมากที่ 3.0-3.5)

วิธีการผสม

  1. เตรียมเฟส A: ในบีกเกอร์ที่สะอาด ให้กระจายสารเพิ่มความหนืด (เช่น Xanthan Gum) ลงในกลีเซอรีน (หรือ Propanediol) เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำกลั่นลงไปพร้อมกับคนจนสารเพิ่มความหนืดละลายหมดและเบสมีความใสสม่ำเสมอ
  2. เติมสารออกฤทธิ์ (เฟส B): เติม Galactomyces Ferment Filtrate และ Ascorbyl Glucoside ลงในเฟส A และคนให้เข้ากันจนละลายหมด
  3. การปรับขั้นสุดท้าย (เฟส C): เติมสารกันเสียชนิด Broad-Spectrum
  4. ตรวจสอบค่า pH: วัดค่า pH ของเซรั่ม สำหรับ Ascorbyl Glucoside ช่วงความเสถียรและประสิทธิภาพที่เหมาะสมคือ pH 5.0 ถึง 7.0 ปรับค่า pH โดยใช้สารละลาย Citric Acid (เพื่อลด pH) หรือสารละลาย Sodium Hydroxide (เพื่อเพิ่ม pH) ตามความจำเป็น
  5. การบรรจุ: เทเซรั่มที่เสร็จแล้วลงในขวดทึบแสงและปิดสนิท (ควรเป็นขวดที่มีดรอปเปอร์)

ความเสถียรและอายุการเก็บรักษา

  • ความเสถียร: เนื่องจากสูตรนี้ใช้อนุพันธ์ที่มีความเสถียรสูงอย่าง Ascorbyl Glucoside และมีการใช้สารกันเสียที่เหมาะสม จึงมีความเสถียรมากกว่าสูตรที่ใช้ L-Ascorbic Acid อย่างมาก
  • อายุการเก็บรักษา: เมื่อเก็บไว้ในที่เย็น มืด (ห่างจากแสงแดดและความร้อนโดยตรง) และในภาชนะที่ปิดสนิท เซรั่มควรคงความเสถียรได้นาน 6 ถึง 12 เดือน หากสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสี (เป็นสีน้ำตาล/เหลือง) กลิ่น หรือความหนืด ให้ทิ้งทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง

Ascorbyl Glucoside (AA-2G Stabilized Vitamin C)
Ascorbyl Glucoside (AA-2G Stabilized Vitamin C)
เครื่องสำอาง
Galactomyces Ferment Filtrate (aka Pitera)
Galactomyces Ferment Filtrate (aka Pitera)
เครื่องสำอาง