สูตรเอสเซ้นส์สำหรับผิวแห้ง มีริ้วรอย: ส่วนผสม ความเสถียร และการกันเสีย

ถามโดย: matchbokz เมื่อ: December 04, 2017 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

มีผิวแห้ง มีริ้วรอยค่ะ อยากได้ครีมที่บำรุงเยอะๆ และไม่ใช้เคมี

ได้เตรียมสูตรดังนี้:

  • sea butter 100 g
  • beewax 25 g
  • Coconut Oil 50 g
  • Jojoba Oil 25 g
  • Avocado Oil 25 g
  • Rose Hip Oil 5 g
  • frankincense 20 drop
  • myrrh 20 drop
  • german Chamomile 20 drop
  • Rosemary 20 drop
  • carrot seed 20 drop
  • Repair Activator 20%
  • Cell-Energy™ Powder (Adenosine Triphosphate) 3%

รบกวนช่วยตรวจสอบสูตรนี้ให้ด้วยค่ะ

คำตอบ

สูตรเอสเซ้นส์สำหรับผิวแห้ง ขาดน้ำ

จากเป้าหมายของท่านสำหรับผิวแห้ง ขาดน้ำ ที่ต้องการคุณสมบัติลดริ้วรอย โดยไม่ให้ความรู้สึกเหนอะหนะก่อนทาออยล์ตาม สูตรที่ท่านเสนอมามีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ส่วนผสมต่างๆ มุ่งเน้นไปที่การให้ความชุ่มชื้น การฟื้นฟูผิว และการบำรุงเพื่อลดริ้วรอย ทางทีมงานได้ยืนยันแล้วว่าสูตรนี้สามารถผสมได้และไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึ่งตรงกับความต้องการของท่านในการใช้น้ำมันตาม

มาดูส่วนผสมหลักในสูตรของท่าน:

  • Double Hyaluron Liquid: ประกอบด้วย Hyaluronic Acid ทั้งโมเลกุลขนาดมาตรฐานและนาโน ช่วยเติมความชุ่มชื้นทั้งบนผิวและซึมลึกสู่ชั้นผิวภายใน แก้ปัญหาผิวขาดน้ำได้ดี
  • Natto Gum: สารสกัดจากถั่วเน่าญี่ปุ่นที่ได้จากการหมักตามธรรมชาติ มี Polyglutamic Acid ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว จากผลการวิจัยพบว่าให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่า Hyaluronic acid
  • Plankton GP4G™ (GP4G EX™): สารสกัดจากแพลงก์ตอน จากงานวิจัยพบว่าช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวและการซ่อมแซม DNA ของผิวที่เสียหายจากแสง UVA จึงมีส่วนช่วยในการลดริ้วรอยและต่อต้านความเสื่อมของผิว
  • Repair Activator™ (Bifida Ferment Lysate): ได้จากการบ่มแบคทีเรีย Bifida จากการทดลองพบว่าช่วยซ่อมแซม DNA ของผิวที่เสียหายได้ โดยกระตุ้นให้ผิวซ่อมแซม DNA เมื่อถูกทำลายจากแสง UVA
  • Galactomyces Ferment Filtrate (Pitera): สารที่ได้จากการหมักยีสต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการบำรุงและฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยและบำรุงผิว
  • NaturePreserve™ (Gluconolactone & Sodium Benzoate): เป็นสารกันเสียจากธรรมชาติ 100% ซึ่งช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ (แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์) ในสูตรที่เป็นเบสน้ำ ทำให้ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น มีประสิทธิภาพในช่วง pH 3-6

เปอร์เซ็นต์ที่ท่านเลือกใช้สำหรับส่วนผสมออกฤทธิ์เหล่านี้อยู่ในช่วงที่แนะนำโดยทั่วไป และควรให้ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับผิวแห้งและมีริ้วรอย

น้ำ De-ionized และ Disodium EDTA

สำหรับน้ำ de-ionized ที่เปิดใช้มาสักพัก การนำมาต้มก่อนใช้เป็นข้อควรระวังที่ดี เพื่อช่วยให้แน่ใจว่าปราศจากการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ก่อนนำไปใช้ในสูตรเครื่องสำอาง

การเติม Disodium EDTA ก็เป็นสิ่งที่แนะนำ ตามคำแนะนำของทีมงาน Disodium EDTA ทำหน้าที่เป็นสารคีเลต (chelating agent) ซึ่งหมายถึงจะจับกับไอออนของโลหะที่อาจมีอยู่ในน้ำ (แม้จะผ่านการต้มแล้ว หรือมาจากภาชนะ) ไอออนของโลหะเหล่านี้บางครั้งอาจรบกวนความเสถียรและประสิทธิภาพของส่วนผสมในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะสารกันเสีย การเติม Disodium EDTA จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ ทำให้สูตรมีความเสถียรและมีอายุการเก็บรักษาที่ดีขึ้น โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ในอัตรา 0.1-0.2%

สารกันเสีย

สูตรของท่านมี NaturePreserve™ ที่ 1% ซึ่งเป็นสารกันเสียแบบ Broad-spectrum จากธรรมชาติ สิ่งนี้มีความสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเบสน้ำ เพื่อป้องกันการเสื่อมเสีย การที่ทีมงานแนะนำ Phenoxyethanol SA 1% ในการตอบกลับอื่น อาจเป็นการแนะนำสารกันเสียแบบ Broad-spectrum โดยทั่วไป แต่สูตรของท่านมี NaturePreserve™ อยู่แล้ว ซึ่งทำหน้าที่นี้ NaturePreserve™ มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่จะใช้ในสูตรของท่านซึ่งอยู่ในช่วง pH ที่เหมาะสม

วิธีการผสม

ตามที่ทีมงานได้ยืนยัน ส่วนผสมทั้งหมดในสูตรของท่านสามารถละลายในน้ำ de-ionized ได้โดยตรง ท่านไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับการผสมส่วนผสมที่ละลายน้ำเหล่านี้ เพียงตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำมีอุณหภูมิที่เหมาะสม (ต่ำกว่า 40°C สำหรับส่วนผสมที่ไวต่อความร้อน เช่น Plankton GP4G™ และ Galactomyces Ferment Filtrate) เมื่อเติมส่วนผสมเหล่านี้

โดยสรุป สูตรของท่านได้รับการคิดค้นมาอย่างดีสำหรับปัญหาผิวของท่าน และควรให้ความชุ่มชื้นและคุณสมบัติลดริ้วรอยตามที่ต้องการ โดยไม่เหนียวเหนอะหนะ การเติม Disodium EDTA ลงในน้ำเป็นขั้นตอนที่เป็นประโยชน์เพื่อเพิ่มความเสถียร.