ความเหมาะสมและค่า pH ของสูตร AHA, Tranexamic Acid และ Vitamin B3 สำหรับฝ้าและผิวขาว

ถามโดย: poohdislers เมื่อ: October 24, 2014 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

เกี่ยวกับสูตรที่ต้องการใช้ทาทิ้งไว้ตอนกลางคืน เพื่อรักษาฝ้า ทำให้ผิวขาว และผลัดเซลล์ผิวไปในตัว ประกอบด้วย:

  • Glycolic acid (AHA) 10%
  • Tranexamic acid 5%
  • Vitamin B3 5%

มีคำถามดังนี้ครับ:

  1. สูตรนี้ใช้ได้และเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาหรือไม่ครับ
  2. ถ้าปรับค่า pH ประมาณ 3.5-3.7 ถือว่าใช้ได้หรือไม่ครับ หรือ pH ประมาณเท่าไหร่ ถึงจะให้ Glycolic acid กับ Tranexamic acid ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ควรแยกสูตรสำหรับผิวขาว กับ สูตรสำหรับผลัดเซลล์ผิว ออกจากกัน หรือสามารถรวมส่วนผสมทั้งสองกลุ่มไว้ในสูตรเดียวกันได้ครับ

คำตอบ

ความเหมาะสมของสูตร, ค่า pH, และการรวม AHA, Tranexamic Acid, และ Vitamin B3

สำหรับคำถามของคุณเกี่ยวกับสูตรที่มี Glycolic acid (AHA) 10%, Tranexamic acid 5%, และ Vitamin B3 5% เพื่อรักษาฝ้า ทำให้ผิวขาว และผลัดเซลล์ผิวไปในตัว:

  1. สูตรนี้ใช้ได้และเหมาะสมหรือไม่ครับ
    สูตรนี้สามารถใช้ได้ค่ะ แต่ ควรใช้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น และต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเคร่งครัดในเวลากลางวัน ความเข้มข้นของ Tranexamic acid ที่ 5% เกินกว่าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอาง (สูงสุดไม่เกิน 3%) หากใช้ความเข้มข้น 5% จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นยา ความเข้มข้นของ AHA ที่ 10% อยู่ในเกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตสำหรับเครื่องสำอางสำหรับผู้บริโภค (อย. อนุญาตไม่เกิน 10% โดยที่ผลิตภัณฑ์มี pH ไม่ต่ำกว่า 3.5) การใช้ส่วนผสมเหล่านี้ร่วมกันในความเข้มข้นสูง โดยเฉพาะ AHA และ Tranexamic acid อาจเพิ่มโอกาสในการระคายเคืองผิวได้ค่ะ

  2. ถ้าปรับค่า pH ประมาณ 3.5-3.7 ถือว่าใช้ได้หรือไม่ครับ หรือ pH ประมาณเท่าไหร่ ถึงให้ glycolic กับ tranexamic acid ทำงานมีประสิทธิภาพ
    ค่า pH ประมาณ 3.5-3.7 ถือว่าเหมาะสมแล้วค่ะ ค่า pH ในช่วงนี้จะช่วยให้ Glycolic acid (เช่น Glycopure หรือ Ampho-Glycolic) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิว และยังเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. สำหรับผลิตภัณฑ์ AHA สำหรับผู้บริโภค (pH ไม่ต่ำกว่า 3.5) ประสิทธิภาพของ Glycolic acid จะลดลงอย่างมากเมื่อ pH สูงกว่า 4.0 สำหรับ Tranexamic acid (เช่น Tranexamic Acid (Trans-White) หรือ Nano-TXA) ช่วง pH ที่เหมาะสมสำหรับการทำงานคือ 3-8 ดังนั้น pH 3.5-3.7 จึงอยู่ในช่วงที่เหมาะสมค่ะ ส่วน Vitamin B3 (เช่น Safe-B3 หรือ Extreme-B3) ก็มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพในช่วง pH 3-8 โดยช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือ 4.0-7.0 ดังนั้น pH 3.5-3.7 จึงสามารถใช้ได้ค่ะ

  3. ควรแยกสูตรผิวขาว กับ ผลัดเซลผิว หรือ สามารถรวมกันได้ครับ
    สามารถรวมส่วนผสมที่ช่วยเรื่องผิวขาวและผลัดเซลล์ผิวไว้ในสูตรเดียวกันได้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ทาทิ้งไว้บนผิวข้ามคืน การผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ซึ่งจะช่วยให้สารบำรุงผิวขาว เช่น Tranexamic acid และ Vitamin B3 สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เห็นผลได้ไวขึ้นค่ะ ผลิตภัณฑ์อย่าง Specialist B3 Serum ก็แสดงให้เห็นว่าสามารถรวมส่วนผสมเหล่านี้เข้าด้วยกันได้ อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวไปข้างต้น การรวมส่วนผสมออกฤทธิ์หลายชนิดในความเข้มข้นสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงของการระคายเคืองผิวได้เมื่อเทียบกับการแยกใช้หรือใช้ในความเข้มข้นที่ต่ำกว่า หากเลือกที่จะรวม ควรเริ่มใช้ด้วยความระมัดระวังและสังเกตปฏิกิริยาของผิวค่ะ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-31: ตามข้อมูลสินค้า MySkinRecipes ปัจจุบัน แนวทางสำหรับสูตรทาทิ้งที่มี Glycolic Acid/AHA ควรระมัดระวังมากขึ้น โดย Glycopure™ ระบุว่าสำหรับเครื่องสำอางทั่วไปควรใช้ Glycolic Acid ไม่เกิน 5% และ pH ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต้องไม่ต่ำกว่า 3.5 หากใช้เกินระดับนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้นสูตรทาทิ้งกลางคืนที่มี Glycolic Acid 10% ไม่ควรถูกมองเป็นคำแนะนำปกติสำหรับเครื่องสำอางทั่วไปแล้ว

Tranexamic Acid (Trans-White™) ยังแนะนำที่ 3% สำหรับสูตรไวท์เทนนิ่งในเครื่องสำอาง และ pH สูตรที่เหมาะสมคือ 3–8; การใช้ Tranexamic Acid 5% สูงกว่าแนวทางเครื่องสำอาง จึงไม่ควรแนะนำสำหรับการใช้เป็นเครื่องสำอางทั่วไป ส่วน Safe-B3™/Extreme-B3™ Niacinamide ยังเข้ากันได้กับ pH 3–8 โดยช่วงที่เหมาะที่สุดประมาณ pH 4–7

หากต้องการรวมการผลัดเซลล์ผิวและไวท์เทนนิ่งในผลิตภัณฑ์ทาทิ้ง ควรเลือกแนวทางที่ระคายเคืองต่ำกว่า: ลดระดับ Glycolic Acid, คุม Tranexamic Acid ให้อยู่ในระดับเครื่องสำอาง, ทดสอบแพ้ก่อนใช้, เริ่มใช้สัปดาห์ละ 1–2 คืน, หลีกเลี่ยงรอบตา/ริมฝีปาก และต้องใช้กันแดดในตอนกลางวันอย่างเคร่งครัด Specialist B3 Serum เป็นตัวอย่างว่าสามารถรวม Niacinamide, Glycolic Acid และ Tranexamic Acid ได้ แต่ใช้กรดและ Tranexamic Acid ในระดับต่ำกว่า และมี pH อ่อนโยนกว่าสูตรความแรงสูงที่ถามนี้