ใช่ค่ะ/ครับ Hydrogenated Lecithin / phospholipid ควรมองว่า “กระจายตัวในน้ำได้เมื่อใช้กระบวนการที่เหมาะสม” ไม่ใช่ “ละลายน้ำได้จริง”
จุดสำคัญคือ:
- ไม่ได้ละลายในน้ำเหมือนเกลือ กลีเซอรีน หรือสารที่ละลายในเอทานอลได้จริง
- ต้องอาศัยการ ทำให้เปียก, hydrate, กระจายตัว และทำให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กลง เพื่อเกิดเป็น phospholipid dispersion, lamellar particles, liposome-like vesicles หรือ ethosome-type vesicles
- ดังนั้นไม่ควรตัดสินความเหมาะสมจากการที่ผง “หายไป” ในน้ำเท่านั้น เพราะ ethosome เป็น ระบบ dispersion ไม่ใช่สารละลายระดับโมเลกุลแท้จริง
เรื่องข้อความ “สูตรต้องมี oil phase”
ข้อความนี้มักเกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบเป็น emulsifier ในสูตรอิมัลชันเครื่องสำอางทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าทุกการใช้งานจำเป็นต้องมี oil phase เสมอไป
สำหรับ ethosome ระบบจะต่างออกไป เพราะใช้เอทานอลและน้ำเพื่อช่วย hydrate และจัดเรียง phospholipid ให้เป็น vesicle ดังนั้น oil phase จึง ไม่ใช่ข้อบังคับอัตโนมัติ เพียงเพราะวัตถุดิบเป็น Hydrogenated Lecithin
ควรเลือกชนิดใดสำหรับ ethosome?
สำหรับ ethosome ไม่ควรเลือกจากชื่อ “Hydrogenated Lecithin” หรือค่า HLB เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองหา phospholipid / lecithin grade ที่มีข้อมูลดังนี้:
- ระบุ INCI/องค์ประกอบ ชัดเจน เช่น Hydrogenated Lecithin, Lecithin, Phosphatidylcholine, Phospholipids หรือเป็น blend
- มีข้อมูล phosphatidylcholine content หากมี
- ระบุว่าเหมาะกับงาน liposome / ethosome / phospholipid dispersion
- ทนต่อระดับ ethanol ที่ต้องการใช้
- เป็นเกรดเครื่องสำอางและเหมาะกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
Hydrogenated lecithin อาจให้ bilayer ที่แข็งกว่า phospholipid ที่ไม่ผ่าน hydrogenation ดังนั้นอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่ดีที่สุดเสมอไป หากต้องการ ethosome ที่มีความยืดหยุ่นในระบบที่มีเอทานอล หากทดลองแล้วเกิดอนุภาคใหญ่ กระจายตัวยาก หรือไม่เสถียร อาจต้องทดลอง phospholipid ที่มี phosphatidylcholine สูงและออกแบบมาสำหรับ liposome/ethosome โดยตรง
ข้อควรระวังในการเลือกสินค้าจากแคตตาล็อก
จากข้อมูลคำอธิบายสินค้าที่มีในบริบทนี้ ยัง ไม่สามารถยืนยันได้อย่างมั่นใจว่าสินค้า Hydrogenated Lecithin รายการใดของ MySkinRecipes เหมาะที่สุดสำหรับทำ ethosome ส่วนรายการ emulsifier กลุ่ม sucrose ester ที่ปรากฏในบริบทเป็น emulsifier ไม่ใช่ phospholipid หลักสำหรับสร้าง ethosome
แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือควรตรวจสอบกับแต่ละตัวเลือกดังนี้:
- INCI และองค์ประกอบที่แน่ชัด
- ปริมาณ phosphatidylcholine หากมีข้อมูล
- ระบุว่าเป็น water-dispersible, phospholipid-grade, liposome-grade หรือเป็นเพียง oil-dispersible/emulsifier-grade
- ความทนต่อ ethanol และอัตราใช้ที่แนะนำ
- active ที่ต้องการบรรจุเป็นชนิด hydrophilic, lipophilic, ionic, ไวต่อความร้อน หรือไวต่อ ethanol หรือไม่
แนวทางทดลองทำ batch เล็ก
แนวทางทดลองในห้องแล็บสามารถเริ่มได้ดังนี้:
- เตรียมเฟส ethanol + phospholipid ก่อน หากเกรดที่เลือกสามารถ wet/disperse ใน ethanol ได้
- ค่อย ๆ เติม water phase พร้อมการกวน หรือเติมเฟส phospholipid ใน ethanol ลงในน้ำภายใต้การกวนที่ควบคุมได้
- ใช้ moderate shear, high-shear homogenization, microfluidization หรือ sonication เป็นตัวเลือกในการพัฒนากระบวนการ ขึ้นกับขนาดอนุภาคที่ต้องการ
- ไม่จำเป็นต้องคาดหวังว่าสูตรต้องใสเสมอไป ethosome dispersion อาจใส ขุ่นเล็กน้อย หรือเป็นน้ำนมได้ ขึ้นกับระดับ lipid, ethanol, ขนาดอนุภาค และ active ที่ใช้
- หากทำได้ควรตรวจ particle size/polydispersity รวมถึงดูความคงตัวทางสายตา การตกตะกอนหรือแยกชั้น การเปลี่ยน pH การสูญเสีย ethanol ความเข้ากันได้กับ preservative และ accelerated stability
เนื่องจากยังไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ ethanol, เปอร์เซ็นต์ phospholipid, active ที่ต้องการ encapsulate, เครื่องมือที่มี และลักษณะเนื้อที่ต้องการ เงื่อนไขเหล่านี้ควรมองเป็น ตัวแปรสำหรับทดลอง ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวค่ะ/ครับ