ปัญหาเซรั่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล

ถามโดย: codyleedeboer เมื่อ: February 05, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

ขอสอบถามเรื่องสีของเซรั่มที่ผลิต สังเกตว่าสีเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ สีจะออกไปทางเขียว แต่พอวางไว้นอกตู้เย็นในขวดดรอปเปอร์สีชาที่ปิดสนิท วันต่อมาสีก็กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ จึงต้องการทราบว่าเป็นเพราะ Calendula Extract หรือไม่ เนื่องจากเป็นส่วนผสมเดียวที่ระบุว่าต้องเก็บที่ 10 องศาเซลเซียส หรืออาจจะเป็นปฏิกิริยาระหว่างส่วนผสมอื่นๆ ในสูตร

รายละเอียดส่วนประกอบมีดังนี้:

  • Distilled Water: q.s. to 100% (21.365g Adjusted)
  • AnyGel™ (Dehydroxanthan Gum): 0.6% (0.30g)
  • X-Glycerin (Polyglycerin-10): 3.0% (1.50g)
  • Propanediol: 2.0% (1.00g)
  • Aminomatte (Sarcosine): 1.0% (0.50g)
  • Betaine: 1.0% (0.50g)
  • Liquid Azelaic™ (Azeloglycina): 8.0% (4.00g)
  • Safe-B3™ (Niacinamide): 5.0% (2.50g)
  • D-Panthenol Care (100% Liquid): 2.0% (1.00g)
  • Micromul™ Kaempferol: 2.0% (1.00g)
  • Calendula Extract: 2.0% (1.00g)
  • Ultra-Xylane™: 3.0% (1.50g)
  • Decarboxy Carnosine HCl: 0.2% (0.10g)
  • Micromul™ EGCG: 3.0% (1.50g)
  • Pep-Calm™ (Palmitoyl Tripeptide-8): 2.5% (1.25g)
  • Pep®-GHK2CU1-10000: 2.0% (1.00g)
  • Tetrapeptide-21 Solution: 3.0% (1.50g)
  • Syn-Ake eq.: 4.0% (2.00g)
  • WaterSil™ 8/12 (Water Gel Detackifier): 3.0% (1.50g)
  • Mild Preserved HD™ (Propylene Glycol, 1,2-Hexanediol, Hydroxyacetophenone): 1.0% (0.50g)

คำตอบ

การเปลี่ยนสีของเซรั่มที่คุณพบ (จากสีออกเขียวกลายเป็นสีน้ำตาล) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยเมื่อมีการใช้สารสกัดจากธรรมชาติและสารออกฤทธิ์ที่มีความซับซ้อน จากสูตรที่คุณให้มา นี่คือการวิเคราะห์สาเหตุที่เป็นไปได้ครับ:

1. การเกิดออกซิเดชันของโพลีฟีนอล (สาเหตุหลัก)

ตัวการที่น่าจะทำให้เกิดสีน้ำตาลมากที่สุดคือ Micromul™ EGCG และ Calendula Extract (Water Soluble)

  • EGCG: เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ไวต่อออกซิเจนอย่างยิ่ง เมื่อเกิดออกซิเดชันจะเปลี่ยนจากสีใสหรือสีอ่อนเป็นสีส้มหรือน้ำตาลเข้ม
  • Calendula Extract: สารสกัดนี้มีลูทีนและสารพฤกษเคมีที่ไวต่ออุณหภูมิและแสง ตัววัตถุดิบเองมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลแดงเข้ม เมื่ออยู่ในสูตรและสัมผัสกับอากาศหรืออุณหภูมิห้อง จึงเกิดการเปลี่ยนสีได้ง่าย

2. ปฏิกิริยากับ Copper Peptide

ในสูตรของคุณมี Pep®-GHK2CU1-10000 ซึ่งเป็นตัวให้สีเขียวหรือฟ้าเขียวในตอนเริ่มต้น

  • ตัวเร่งปฏิกิริยา: ไอออนของทองแดง (Copper) สามารถทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารประกอบฟีนอลิก (เช่นที่มีใน EGCG และ Calendula) หมายความว่าการมี Copper Peptide อาจไปเร่งให้สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ในสูตรกลายเป็นสีน้ำตาลเร็วขึ้น
  • ความเข้ากันได้: โดยทั่วไปมักไม่แนะนำให้ผสม Copper Peptide เข้มข้นรวมกับสารต้านอนุมูลอิสระแรงๆ อย่าง EGCG ในสูตรเดียวกัน เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรือเกิดปัญหาความเสถียรของสี

3. ค่า pH และความเสถียร

  • Niacinamide (Safe-B3™): เสถียรที่สุดที่ pH ประมาณ 6.0
  • EGCG Stability: จะเสถียรกว่ามากในสภาวะที่เป็นกรดอ่อนๆ (pH 4.0–5.0) หากเซรั่มของคุณมี pH ใกล้ 6.0 (เพื่อให้เหมาะกับ Niacinamide) EGCG จะเกิดออกซิเดชันและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้เร็วมาก

4. การเก็บรักษาและบรรจุภัณฑ์

  • ขวดดรอปเปอร์: แม้จะเป็นขวดสีชา แต่ทุกครั้งที่เปิดใช้ อากาศจะเข้าไปในขวด ออกซิเจนในอากาศเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ EGCG และ Calendula เกิดการเปลี่ยนสี
  • อุณหภูมิ: เนื่องจากสารสกัด Calendula และ EGCG ไวต่อความร้อน การวางไว้ที่อุณหภูมิห้องจึงเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสี

คำแนะนำ:

  1. การแช่เย็น: ควรเก็บเซรั่มที่ทำเสร็จแล้วไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการชะลอการเกิดออกซิเดชัน
  2. ตรวจสอบค่า pH: ลองวัดค่า pH ของเซรั่ม การปรับให้อยู่ในช่วง 5.0–5.5 อาจช่วยให้สูตรโดยรวมสมดุลขึ้น แม้ EGCG จะยังคงมีโอกาสเปลี่ยนสีได้บ้างตามเวลา
  3. บรรจุภัณฑ์: หากเป็นไปได้ แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ ขวดปั๊มสุญญากาศ (Airless Pump) เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศสัมผัสกับเนื้อเซรั่มระหว่างการใช้งาน
  4. การแยกสูตร: คุณอาจพิจารณาแยกทำเป็นเซรั่ม 2 ตัว คือตัวหนึ่งสำหรับ Copper Peptide และอีกตัวสำหรับสารสกัดจากพืช (EGCG/Calendula) เพื่อป้องกันไม่ให้ทองแดงไปเร่งการเสื่อมสภาพของสารสกัด
  5. การป้องกัน: การเติมสารช่วยรักษาความเสถียรของสารต้านอนุมูลอิสระอาจช่วยได้ แต่การแช่เย็นและการใช้บรรจุภัณฑ์สุญญากาศคือทางออกที่ดีที่สุด

การที่เซรั่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไม่ได้หมายความว่าเสียในทันที แต่เป็นสัญญาณว่าประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของ EGCG และ Calendula กำลังลดลงครับ

การตอบกลับติดตาม

codyleedeboer
February 08, 2026 00:52
คำถาม:

ต้องการสอบถามเรื่องเซรั่มที่ผสมแล้วมีสีเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลครับ ตอนผสมเสร็จใหม่ๆ สีจะออกไปทางโทนเขียว แต่พอวางไว้นอกตู้เย็นในขวดดรอปเปอร์สีชาที่ปิดสนิท เพียงข้ามคืนสีก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ Calendula Extract หรือไม่ เนื่องจากระบุว่าควรเก็บที่ 10 องศาเซลเซียส หรืออาจเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างส่วนผสมตัวอื่นๆ

เป้าหมายคือต้องการให้สูตรมีความเสถียรที่อุณหภูมิห้องในขวดดรอปเปอร์ทั่วไป โดยไม่ต้องแช่เย็นหรือใช้ขวดปั๊มสุญญากาศ

ส่วนประกอบในสูตรปัจจุบัน:

  • Distilled Water: q.s. to 100% (21.365g Adjusted)
  • AnyGel™ (Dehydroxanthan Gum): 0.6% (0.30g)
  • X-Glycerin (Polyglycerin-10): 3.0% (1.50g)
  • Propanediol: 2.0% (1.00g)
  • Aminomatte (Sarcosine): 1.0% (0.50g)
  • Betaine: 1.0% (0.50g)
  • Liquid Azelaic™ (Azeloglycina): 8.0% (4.00g)
  • Safe-B3™ (Niacinamide): 5.0% (2.50g)
  • D-Panthenol Care (100% Liquid): 2.0% (1.00g)
  • Micromul™ Kaempferol: 2.0% (1.00g)
  • Calendula Extract: 2.0% (1.00g)
  • Ultra-Xylane™: 3.0% (1.50g)
  • Decarboxy Carnosine HCl: 0.2% (0.10g)
  • Micromul™ EGCG: 3.0% (1.50g)
  • Pep-Calm™ (Palmitoyl Tripeptide-8): 2.5% (1.25g)
  • Pep®-GHK2CU1-10000: 2.0% (1.00g)
  • Tetrapeptide-21 Solution: 3.0% (1.50g)
  • Syn-Ake eq.: 4.0% (2.00g)
  • WaterSil™ 8/12 (Water Gel Detackifier): 3.0% (1.50g)
  • Mild Preserved HD™ (Propylene Glycol, 1,2-Hexanediol, Hydroxyacetophenone): 1.0% (0.50g)

แนวทางการปรับปรุงเพื่อความเสถียร:

  1. หากตัด Pep®-GHK2CU1-10000 (Copper Peptide) ออกทั้งหมด และลด pH ลงเหลือ 5 Micromul™ EGCG จะสามารถเสถียรในขวดดรอปเปอร์สีชาที่อุณหภูมิห้องได้หรือไม่?
  2. Safe-B3™ (Niacinamide) จะยังคงเสถียรที่ pH 5 หรือไม่? หรือควรปรับ pH ไปที่ 5.5 เพื่อให้ทั้ง Micromul™ EGCG และ Safe-B3™ อยู่ร่วมกันได้ดีกว่า?
  3. หากเติม Sodium Metabisulfite หรือ ActiveProtec™ OX จะช่วยให้สูตรเสถียรที่อุณหภูมิห้องได้หรือไม่?
คำตอบ:

การปรับปรุงสูตรตามที่คุณวางแผนไว้จะช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับเซรั่มได้อย่างมาก และช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลได้ตรงจุดครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

1. การนำ Copper Peptides (GHK-Cu) ออก

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ เพราะคอปเปอร์ไอออนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่รุนแรงมากในการทำให้สารกลุ่มโพลีฟีนอลอย่าง Micromul™ EGCG และสารใน Calendula Extract เกิดออกซิเดชัน แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้ในข้ามคืน การนำออกจะช่วยกำจัดสาเหตุหลักของการเปลี่ยนสีครับ

2. การปรับค่า pH: Niacinamide vs. EGCG

  • Safe-B3™ (Niacinamide): มีความเสถียรสูงในช่วง pH ที่กว้างมาก (ประมาณ pH 3.0–8.0) ดังนั้นที่ pH 5.0 Niacinamide จะยังคงเสถียรและมีประสิทธิภาพเต็มที่ โดยไม่เปลี่ยนสภาพเป็นกรดนิโคตินิกที่ทำให้ผิวแดงครับ
  • Micromul™ EGCG: EGCG จะเสถียรกว่ามากในสภาวะที่เป็นกรด โดยเฉพาะในช่วง pH 4.0 - 5.0 หากค่า pH ขยับขึ้นไปใกล้ 6.0 หรือสูงกว่านั้น EGCG จะสลายตัวและเปลี่ยนสีได้เร็วขึ้นมาก
  • คำแนะนำ: การปรับ pH ไปที่ 5.0 คือจุดที่เหมาะสมที่สุด (Sweet Spot) สำหรับสูตรที่มีทั้ง Niacinamide และ EGCG ครับ

3. Sodium Metabisulfite vs. ActiveProtec™ OX

แม้ว่าทั้งสองตัวจะช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ แต่ ActiveProtec™ OX เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คุณได้ดีกว่าครับ:

  • พลังในการจับประจุโลหะ (Chelation): ActiveProtec™ OX ไม่ได้มีแค่ Sodium Metabisulfite แต่ยังมีสารจับประจุโลหะประสิทธิภาพสูง (เช่น Disodium EDTA, Phosphonates) ซึ่งจะช่วย "กักเก็บ" ไอออนของโลหะที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำหรือสารสกัดอื่นๆ ไม่ให้ไปเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันกับ EGCG
  • การใช้งาน: แนะนำให้ใช้ ActiveProtec™ OX ที่ระดับ 0.6% – 1.0% ซึ่งทำงานได้ดีที่ pH 4.0 ขึ้นไป จึงเหมาะกับสูตร pH 5.0 ของคุณพอดีครับ

4. ความเสถียรในอุณหภูมิห้องและขวดดรอปเปอร์

เมื่อรวมการปรับเปลี่ยนทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน คุณจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปกป้อง EGCG ได้ดีขึ้นมาก:

  • ข้อดีของ Microemulsion: การใช้ Micromul™ EGCG ในรูปแบบไมโครอิมัลชันช่วยให้สารมีความเสถียรสูงกว่าสารสกัดชาเขียวทั่วไปอยู่แล้วครับ
  • ปัจจัยเรื่องออกซิเจน: แม้ขวดดรอปเปอร์จะทำให้ออกซิเจนเข้าไปได้ทุกครั้งที่เปิดใช้งาน แต่การเติม ActiveProtec™ OX และการนำคอปเปอร์ออกจะช่วยชะลอกระบวนการออกซิเดชันได้มาก ทำให้การเก็บในขวดดรอปเปอร์สีชาที่อุณหภูมิห้องมีความเป็นไปได้สูงขึ้นสำหรับอายุการใช้งานปกติครับ

สรุปคำแนะนำ:

  1. นำออก: Pep®-GHK2CU1-10000 (Copper Peptide)
  2. เติม: ActiveProtec™ OX ที่ระดับ 0.6% - 1.0%
  3. ปรับ pH: ปรับค่า pH สุดท้ายของสูตรให้อยู่ที่ 5.0
  4. การเก็บรักษา: สามารถเก็บในขวดดรอปเปอร์สีชาที่อุณหภูมิห้องได้ โดยต้องปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งานครับ

หมายเหตุ: ตัว Calendula Extract เองมีสีน้ำตาลแดงเข้มตามธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อผสมในสูตรจะให้สีเหลืองทองหรือน้ำตาลอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีปกติของสารสกัด แต่จะไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเกิดออกซิเดชันเหมือนเดิมครับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง

Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide)
Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide)
เครื่องสำอาง
Calendula Extract (Water Soluble)
Calendula Extract (Water Soluble)
เครื่องสำอาง
Hi-EGCG™ (Green Tea Extract)
Hi-EGCG™ (Green Tea Extract)
เครื่องสำอาง
AnyGel™
AnyGel™
เครื่องสำอาง
Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide, Switzerland)
Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide, Switzerland)
เครื่องสำอาง
Micromul™ EGCG (Microemulsion Epigallocatechin Gallate)
Micromul™ EGCG (Microemulsion Epigallocatechin Gallate)
เครื่องสำอาง
Micromul™ Kaempferol (Microemulsion Kaempferol)
Micromul™ Kaempferol (Microemulsion Kaempferol)
เครื่องสำอาง
Disodium EDTA
Disodium EDTA
เครื่องสำอาง
Sodium Metabisulfite (Germany)
Sodium Metabisulfite (Germany)
เครื่องสำอาง
ActiveProtec™ OX
ActiveProtec™ OX
เครื่องสำอาง
Sodium Metabisulfite (China)
Sodium Metabisulfite (China)
เครื่องสำอาง