แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการผสม Cysteamine HCL: ความเสถียร ค่า pH และการจัดการกลิ่น
คำถาม
ต้องการสอบถามเกี่ยวกับการจัดตำรับ Cysteamine เนื่องจากไม่เคยผสมสารตัวนี้มาก่อน และทราบว่ามีความยุ่งยากเรื่องความไม่คงตัวและกลิ่น โดยมีข้อมูลเบื้องต้นดังนี้:
- อุณหภูมิ: ควรเก็บผลิตภัณฑ์ในตู้เย็น และเก็บสารละลายที่ผสมแล้วที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส
- ค่า pH: ค่า pH ที่เหมาะสมคือ 4.2 สามารถใช้
Glycolic Acidในการปรับค่า pH ให้เหมาะสมได้หรือไม่? - การจับประจุโลหะ: ใช้ Deionized water และ/หรือสารจับประจุ (Chelating agent) เพื่อลดการเกิด Metal oxidation ควรใช้สารตัวไหนดี แนะนำเป็น
EDTAหรือไม่? - สารต้านอนุมูลอิสระ: ทราบมาว่า
Catalaseช่วยลดการเสื่อมสภาพได้ ควรใช้ที่กี่เปอร์เซ็นต์? และมีสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นแนะนำอีกไหม? หากใช้Ergothioneineจะเหมาะสมหรือไม่? - ออกซิเจน: เพื่อลดการเสื่อมสภาพ อาจจะผสมในถุงสุญญากาศ (Cryo-vac sealed bag)
จากปัจจัยข้างต้น ต้องการทราบข้อมูลดังนี้:
- วิธีที่ดีที่สุดในการละลาย Cysteamine คืออะไร?
- หากเตรียมเบสเซรั่มหรือครีมที่มีค่า pH เหมาะสมและเติมส่วนผสมอื่นๆ (
EDTA,Catalase, สารคุมกลิ่น) ไว้แล้ว สามารถเติม Cysteamine ลงไปในเบสนั้นโดยตรงได้หรือไม่? - มีเบสครีมหรือเซรั่มตัวไหนแนะนำเป็นพิเศษสำหรับสูตรนี้หรือไม่?
คำตอบ
การผสม Cysteamine HCL เป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากสารสลายตัวได้ง่าย (Oxidation) และมีกลิ่นแรง จากข้อมูลทางเทคนิคของ CysWhite™ (Cysteamine HCL) และส่วนผสมที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำวิธีการเตรียมดังนี้ครับ:
1. วิธีการละลาย Cysteamine ที่ดีที่สุด
Cysteamine HCL สามารถละลายในน้ำได้ดีมาก วิธีที่ดีที่สุดคือการละลายใน ส่วนของน้ำ (Water Phase) ที่อุณหภูมิห้องหรือต่ำกว่า
- หลีกเลี่ยงความร้อน: ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 30-40 องศาเซลเซียสในขณะผสม เพราะความร้อนจะเร่งการเสื่อมสภาพ
- ลำดับการผสม: ควรละลายสารจับประจุ (EDTA) และสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำก่อน เพื่อ "ปกป้อง" น้ำก่อนที่จะเติม Cysteamine ลงไป
2. การปรับค่า pH
- Glycolic Acid: คุณสามารถใช้ Glycopure™ (Glycolic Acid) ในการปรับค่า pH ได้ อย่างไรก็ตาม Cysteamine HCL มีฤทธิ์เป็นกรดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับเบสที่คุณใช้ คุณอาจพบว่าค่า pH ต่ำอยู่แล้ว และอาจจำเป็นต้องปรับค่า pH ขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้ค่าเป้าหมายที่ 4.2
- ความเสถียร: ค่า pH ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความเสถียรและประสิทธิภาพคือช่วง 3.5–4.5
3. สารจับประจุและสารต้านอนุมูลอิสระ
- สารจับประจุ (Chelating Agent): แนะนำให้ใช้ Disodium EDTA ในอัตรา 0.1-0.2% เพื่อจับประจุโลหะในน้ำ ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา Oxidation ของ Cysteamine
- สารต้านอนุมูลอิสระ:
- Ergothioneine: การใช้ EGT-Max™ (Ergothioneine) ที่ระดับ 0.5-1.0% เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูง
- สารช่วยคงตัวเฉพาะทาง: สำหรับ Cysteamine แนะนำอย่างยิ่งให้เติม ActiveProtec™ OX ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยืดอายุของ Cysteamine ในสูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบโดยเฉพาะ
- Catalase/SOD: ในทางเครื่องสำอาง SOD (Superoxide dismutase) เป็นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่เสถียรและสามารถใช้แทน Catalase ได้ดี
4. การควบคุมกลิ่น
กลิ่นคล้ายไข่เน่าเป็นปัญหาหลัก แนะนำให้เติม Odor-Kill™ ในอัตรา 1-2% ลงในสูตร เพื่อช่วยดูดซับและกำจัดกลิ่นกำมะถันของ Cysteamine โดยเฉพาะ
5. เบส (Base) ที่แนะนำ
หากต้องการเติม Cysteamine ลงในเบสสำเร็จรูป เบสนั้นต้องทนต่อค่า pH ต่ำและทนต่อ Electrolyte (เกลือ) ได้ดี
- เบสครีม: แนะนำ CreamMaker Acid™ ซึ่งถูกออกแบบมาให้คงตัวได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด (pH 3-5.5) เหมาะสำหรับทำครีม Cysteamine
- เบสเซรั่ม: หากทำเป็นเซรั่ม ควรเลือกใช้สารสร้างเนื้อเจลที่ทนต่อ Electrolyte (เช่น Xanthan Gum) เนื่องจาก Cysteamine HCL มีฤทธิ์เป็นเกลือซึ่งอาจทำให้เนื้อเจลทั่วไปคืนตัวได้
6. การบรรจุและการเก็บรักษา
- การไล่ออกซิเจน: การผสมในระบบสูญญากาศเป็นวิธีที่ดีมาก และสำหรับบรรจุภัณฑ์สุดท้าย จำเป็นต้องใช้ขวดปั๊มสูญญากาศ (Airless Pump) เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อสัมผัสกับอากาศระหว่างการใช้งาน
- อุณหภูมิ: ควรเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของสารสำคัญให้ยาวนานที่สุด
คำแนะนำเพิ่มเติม: หากต้องการความเสถียรสูงสุด ควรพิจารณาทำสูตรแบบ Anhydrous (ไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ) เนื่องจาก Cysteamine จะมีความเสถียรมากกว่าเมื่อไม่ได้อยู่ในน้ำครับ
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง
Disodium EDTA
Glycopure™ (Glycolic Acid (AHA) Powder)
Odor-Kill™
ActiveProtec™ OX
EGT-Max™ (Ergothioneine)
CysWhite™ (Cysteamine HCL)
SOD (Superoxide dismutase) (50000IU/g)