การพัฒนาสูตรบอดี้ชูการ์สครับแบบออยล์เบส: คำถามเกี่ยวกับเนื้อสัมผัส ความเสถียร และส่วนผสม

ถามโดย: yoou_u เมื่อ: June 11, 2017 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สวัสดีคะ

ตั้งใจจะทำ body sugar scrub โดยใช้ oil หลายตัวๆ เป็นส่วนผสม โดยอยากให้เป็นแบบเป็นออยล์เบส ไม่ผสมน้ำ แต่อยากให้เนื้อสครับมันหนืดนิดนึง เพื่อว่าเวลาที่ใช้จะได้ใช้ง่ายๆ โดยเน้นให้ผิวชุ่มชื้น เนียน นุ่ม คะ

Oil ที่ดูไว้มีหลายตัวคะ

  • Olive Oil
  • Jojoba Oil
  • Avocado Oil
  • Shea Butter Light Oil
  • Safflower Seed Oil
  • Grape Seed Oil
  • Fractionated Coconut Oil

ขอถามนะคะ

  1. ถ้าใส่ประมาณ​ 4 ตัว เรากะสัดส่วนของแต่ละตัวได้เองเลยใช่ไหมคะ?
  2. ออยล์ตัวไหนที่กลิ่นไม่แรง หรือ ไม่มีกลิ่นคะ
  3. Fractionated Coconut Oil กลิ่นมะพร้าวแรงมากไหมคะ ตั้งใจเอาตัวนี้เป็นตัวหลัก แต่ไม่อยากได้กลิ่นมะพร้าวแรงๆ ถ้ามันกลิ่นแรงก็จะเปลี่ยนตัวอื่นเป็นตัวหลัก แนะนำตัวไหนดีคะ?
  4. ถ้าอยากให้สครับมันเหลว หนืดนิดหน่อย ไม่จับตัวเป็นก้อนๆ หลังจากทิ้งไว้หลายวัน ต้องใส่ส่วนผสมไหนเพิ่มเข้าไปคะ? เพราะเคยเอาน้ำตาล + baby oil ของจอนห์นสันผสมไว้ใช้ แต่มันจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ หลังจาก 1 อาทิตย์​ พอเอามาใช้มันบาดผิวมากเลยคะ
  5. ถ้าทำเก็บไปได้ถึง 1 ปีต้องใส่สารกันบูดด้วยไหม?
  6. oil ที่ผสมลงไปสครับ ถ้าเก็บไว้ใช้นานๆ มันจะมีกลิ่นเหม็นหืนไหมคะ?
  7. แล้วถ้าอยากใส่ Apricot scrub + Coffee Scrub ลงไปด้วย สามารถเติมไปได้เลยใช่ไหมคะ? มันจะไม่ละลายในน้ำมัน หายไปในสครับที่ทำไว้ใช่ไหมคะ?

คำตอบ

การทำบอดี้ชูการ์สครับแบบออยล์เบส

เป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจมากค่ะ! การทำสครับน้ำตาลแบบออยล์เบสเองช่วยให้คุณปรับแต่งเนื้อสัมผัสและคุณสมบัติบำรุงผิวได้ตามต้องการ นี่คือคำตอบสำหรับคำถามของคุณค่ะ

  1. สัดส่วนของน้ำมัน: ได้ค่ะ คุณสามารถปรับสัดส่วนของน้ำมันแต่ละชนิดที่คุณเลือกใช้ได้เองเลยค่ะ สิ่งสำคัญคือปริมาณรวมของส่วนผสมน้ำมันทั้งหมดเมื่อเทียบกับน้ำตาล ซึ่งจะส่งผลต่อเนื้อสัมผัสโดยรวมของสครับ (ปริมาณน้ำมันต่อน้ำตาล) คุณสามารถผสมน้ำมันที่คุณชอบเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเนื้อสัมผัสและคุณสมบัติการบำรุงผิวที่คุณต้องการ น้ำมันบางชนิดจะบางเบา (เช่น Fractionated Coconut Oil หรือ Grape Seed Oil) ในขณะที่บางชนิดจะเข้มข้นกว่า (เช่น Olive Oil หรือ Avocado Oil) การทดลองผสมในสัดส่วนต่างๆ จะช่วยให้คุณค้นพบเนื้อสัมผัสและผลลัพธ์ความชุ่มชื้นที่คุณชอบที่สุดค่ะ

  2. น้ำมันที่มีกลิ่นอ่อนหรือไม่มี่กลิ่น: จากคำอธิบายผลิตภัณฑ์:

    • Fractionated Coconut Oil ถูกอธิบายว่าไม่มีกลิ่น
    • Jojoba Oil (Golden - Deodorized) ถูกอธิบายว่าไม่มีกลิ่นหืนและกลิ่นถั่ว
    • Avocado Oil (Refined) และ Grape Seed Oil โดยทั่วไปจะมีกลิ่นอ่อนมากหรือไม่มีกลิ่น โดยเฉพาะในรูปแบบที่ผ่านการกลั่นแล้ว
    • Olive Oil (Extra Virgin) อาจมีกลิ่นมะกอกที่ชัดเจน
    • Shea Butter Light Oil อาจมีกลิ่นอ่อนมากเมื่อเทียบกับเชียบัตเตอร์ดิบ
    • Safflower Seed Oil เมื่อสดควรมีกลิ่นอ่อน แต่ถ้าหืนจะมีกลิ่นแรง
  3. กลิ่นของ Fractionated Coconut Oil และตัวเลือกอื่น: Fractionated Coconut Oil ถูกแปรรูปมาโดยเฉพาะเพื่อให้ไม่มีกลิ่น หากคุณต้องการน้ำมันพื้นฐานที่ไม่มีกลิ่นเลย ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมค่ะ หากคุณพบว่ามันมีกลิ่นที่คุณไม่ชอบ (ซึ่งโดยปกติไม่ควรมี) หรือหากคุณต้องการใช้น้ำมันอื่นเป็นส่วนประกอบหลัก Jojoba Oil (Golden - Deodorized) เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากที่ถูกอธิบายว่าไม่มีกลิ่น และมีโครงสร้างคล้ายกับน้ำมันตามธรรมชาติของผิว ทำให้ให้ความชุ่มชื้นได้ดีและไม่เหนอะหนะ Grape Seed Oil ก็เป็นน้ำมันที่บางเบาและมีกลิ่นอ่อน ซึ่งเป็นที่นิยมในการดูแลผิวค่ะ

  4. การป้องกันการจับตัวเป็นก้อนและการทำให้ข้นหนืด: สครับน้ำตาลที่ทำจากน้ำตาลและน้ำมันเหลวเพียงอย่างเดียวมักจะจับตัวเป็นก้อนเมื่อเวลาผ่านไป เพราะน้ำตาลสามารถดูดซับความชื้น (hygroscopic) และอาจดูดซับน้ำมันได้ไม่สม่ำเสมอ ทำให้แข็งตัวและมีขอบคมที่อาจบาดผิวได้ เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนและสร้างเนื้อสัมผัสที่คงตัวและข้นหนืดเล็กน้อย คุณจำเป็นต้องใส่ สารก่อเจลในน้ำมัน (oil gelling agent) หรือ สารเพิ่มความข้นในน้ำมัน (oil thickener) ส่วนผสมเหล่านี้ช่วยสร้างโครงสร้างที่คงตัวภายในเฟสน้ำมัน ทำให้น้ำตาลกระจายตัวอยู่ได้ดีและไม่ตกตะกอนหรือแข็งตัว

    • ตัวเลือกที่เหมาะสมได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Oil Thick™ เช่น Oil Thick™ Soft, Oil Thick™ Hard, Oil Thick™ Transparent, หรือ Oil Thick™ Thixotropic ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความข้นในน้ำมันและสร้างเนื้อสัมผัสแบบเจล ชนิดที่คุณเลือกจะขึ้นอยู่กับเนื้อสัมผัสสุดท้ายที่คุณต้องการ (เจลนุ่ม, เจลแข็งขึ้น, เจลใส, เจลแบบ Thixotropic) โดยทั่วไปคุณจะต้องให้ความร้อนส่วนผสมน้ำมันและสารก่อเจลในน้ำมันเข้าด้วยกันเพื่อให้เข้ากันได้ดี Sugar Gel เป็นอีกสารก่อเจล แต่ต้องมีส่วนผสมของน้ำและกลีเซอรีนจึงจะทำงานได้ ซึ่งอาจไม่ตรงกับเป้าหมายของคุณที่ต้องการสครับที่เป็นน้ำมันล้วนๆ
  5. การกันเสียสำหรับการเก็บได้ 1 ปี: สำหรับสครับน้ำตาลแบบออยล์เบสที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำเลย การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ (แบคทีเรีย, รา, ยีสต์) โดยทั่วไปไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะจุลินทรีย์เหล่านี้ต้องการน้ำในการดำรงชีวิตและเพิ่มจำนวน ดังนั้น สารกันเสียที่ละลายน้ำได้ทั่วไป เช่น Global Guard™ 221, Mild Preserved™ COS, หรือ NaturePreserve™ LB2 จึงไม่จำเป็นสำหรับการป้องกันจุลินทรีย์ในสูตรประเภทนี้โดยเฉพาะ

    • อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลหลักสำหรับการเก็บผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบในระยะยาวคือ การเกิดออกซิเดชัน ซึ่งนำไปสู่การหืน (กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่คุณกล่าวถึง) เพื่อป้องกันปัญหานี้และยืดอายุการเก็บได้ถึงหนึ่งปี คุณควรใส่ สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ลงในส่วนผสมน้ำมันของคุณ ส่วนผสมอย่าง Hydroxyacetophenone หรือ Butylated Hydroxyanisole สามารถช่วยปกป้องน้ำมันจากการเกิดออกซิเดชันได้
    • สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าไม่มีน้ำเข้าสู่สครับระหว่างการใช้งาน (เช่น จากมือที่เปียกหรือสภาพแวดล้อมในห้องน้ำ) เพราะสิ่งนี้ จะ เพิ่มความเสี่ยงของการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ และสูตรที่เป็นน้ำมันอย่างเดียวจะไม่ได้รับการป้องกัน การจัดเก็บในที่แห้งและเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ
  6. น้ำมันจะหืนไหม: ได้ค่ะ น้ำมันสามารถหืนได้เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะน้ำมันธรรมชาติ เนื่องจากการสัมผัสกับอากาศ แสง และความร้อน นี่เป็นกระบวนการออกซิเดชันที่ทำลายกรดไขมัน ทำให้น้ำมันมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ การใช้ สารต้านอนุมูลอิสระ (ตามที่กล่าวในข้อ 5) และการเก็บสครับในที่เย็น มืด และภาชนะที่ปิดสนิท จะช่วยยืดอายุการเก็บและป้องกันการหืนได้อย่างมากค่ะ

  7. การใส่ Apricot scrub และ Coffee Scrub: ได้ค่ะ คุณสามารถใส่เกล็ดขัดผิวที่เป็นของแข็ง เช่น Apricot scrub หรือ Coffee Scrub ลงในสครับน้ำตาลแบบออยล์เบสของคุณได้เลยค่ะ ส่วนผสมเหล่านี้เป็นอนุภาคของแข็งและจะ ไม่ละลาย ในน้ำมัน พวกมันจะกระจายตัวอยู่ในส่วนผสมของน้ำมัน/น้ำตาล และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดผิว คุณสามารถผสมรวมกับน้ำตาลได้เลยค่ะ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดของอนุภาคเหมาะสมสำหรับการขัดผิวกาย (ไม่ใหญ่หรือคมจนเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิว)

ด้วยการใส่สารก่อเจลในน้ำมันและสารต้านอนุมูลอิสระ คุณจะสามารถสร้างสครับน้ำตาลแบบออยล์เบสที่คงตัว ไม่จับตัวเป็นก้อน และมีอายุการเก็บที่ยาวนาน ให้ความชุ่มชื้นที่ดีเยี่ยมและประสบการณ์การใช้งานที่น่าพึงพอใจค่ะ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-24: คำตอบเดิมยังใช้ได้โดยรวม แต่ถ้าต้องการสครับน้ำตาลแบบไม่มีน้ำจริง ๆ แนวทางที่เหมาะกว่าคือใช้สารเพิ่มความข้น/ทำเจลในน้ำมันที่ละลายในเฟสน้ำมัน เช่น Oil Thick™ Soft, Oil Thick™ Hard, Oil Thick™ Transparent หรือ Oil Thick™ Thixotropic ซึ่งเป็นกลุ่ม Dextrin Palmitate และต้องให้ความร้อนในเฟสน้ำมันเพื่อให้เข้ากัน ส่วน Sugar Gel ยังใช้ทำเจลน้ำมันใสได้ แต่ต้องมี glycerin และน้ำ จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะที่สุดหากต้องการสูตร anhydrous แบบเคร่งครัด

Fractionated Coconut Oil ยังเหมาะเป็นน้ำมันหลักเมื่อต้องการเบา ใส และกลิ่นต่ำ ส่วน Jojoba Oil ชนิด deodorized ก็ยังเป็นตัวเลือกกลิ่นต่ำที่ดี และปัจจุบันมีตัวเลือก Golden, Clear และ Yellow deodorized ในแคตตาล็อก

สำหรับการเก็บนาน ความเสี่ยงหลักของสครับน้ำมันคือการเหม็นหืน ไม่ใช่จุลินทรีย์ ตราบใดที่สูตรไม่มีน้ำจริงและไม่ให้น้ำปนเข้าไประหว่างใช้ ตัวเลือกสารต้านออกซิเดชันที่เหมาะกับสูตรน้ำมันล้วนในปัจจุบันคือกลุ่ม tocopherol เช่น Vitamin E / Natural Vitamin E หรือสารต้านออกซิเดชันที่ละลายในน้ำมันและแรงกว่า เช่น Protec™ OX ส่วน Hydroxyacetophenone เหมาะเป็น antioxidant/preservative-booster ในระบบที่ละลายได้อย่างถูกต้องมากกว่า จึงไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับสครับน้ำมันล้วนแบบง่าย ๆ หากใช้ Sugar Gel, Fractionated Coconut Oil Gel หรือระบบใดที่มีน้ำ/glycerin ควรมองว่าสูตรนั้นไม่ใช่ anhydrous แท้ และต้องให้ความสำคัญกับการกันเสีย บรรจุภัณฑ์ และการป้องกันการปนเปื้อนจากมือเปียกมากขึ้น