การพัฒนาสูตรเซรั่มไฮยาลูรอน: ข้อจำกัดความเข้มข้นและการเพิ่มสารออกฤทธิ์

Asked by: murderero On: August 07, 2013 Product Type: Cosmetics

Question

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อจำกัดความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid (Hya) ในสูตรเซรั่ม และผลของการทาผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้น Hya สูงซ้อนกันค่ะ

1. มีความสับสนเกี่ยวกับคำแนะนำเรื่องเปอร์เซ็นต์รวมของ Hyaluronic Acid หลายชนิดในสูตร บางแหล่งแนะนำว่าเปอร์เซ็นต์รวมกันทั้งหมดไม่ควรเกิน 1% แต่อื่นๆ แนะนำว่า Hya แต่ละชนิดไม่เกิน 1% รวมกันได้ถึง 2% อยากทราบว่าข้อใดถูกต้องคะ? เช่น หากทำสูตรโดยใส่ `Hyaluronic Acid nano 0.5 %` กับใส่ `Hyaluronic Acid normal 1%` รวมกันได้ 1.5% แบบนี้ถือว่าจะดูดน้ำออกจากผิวไหมคะ ยังใช้ได้อยู่ไหม?
2. ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ตัวที่ 1 ที่มี Hya ความเข้มข้นเกิน 1% ตามด้วยผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 ที่มี Hya ความเข้มข้นเกิน 1% อีก มันจะมากเกินไปไหมคะ (การทาบนหน้าเยอะเกินไปจะดูดน้ำออกจากผิวหรือเปล่า)?

Answer

คำแนะนำการทำเซรั่มบำรุงผิวหน้า

จากการสอบถามและข้อมูลที่คุณ murderero และทีมงาน MySkinRecipes รวมถึงคุณ C7 ได้แลกเปลี่ยนกัน สรุปคำแนะนำสำหรับการทำเซรั่มบำรุงผิวหน้าสูตรที่คุณสนใจได้ดังนี้ค่ะ

การคำนวณสัดส่วนส่วนผสม

ที่คุณเข้าใจว่าการคำนวณส่วนผสมคิดเป็นน้ำหนัก และเมื่อรวมเปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมที่เติมเข้าไป (5+5+5+3+3+3+3 = 27%) ส่วนที่เหลือ 73% คือเบสเจลนั้น ถูกต้องแล้วค่ะ

ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid ในเบสเจล

เบส Double Hyaluronic Gel มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid อยู่แล้ว เมื่อคุณเติมส่วนผสมอื่นๆ เข้าไปอีก 27% ทำให้ปริมาณเบสเจลในสูตรสุดท้ายลดลงเหลือ 73% ดังนั้น ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid ชนิดนาโนที่อยู่ในเบสเจล (เดิม 0.5% ในเบส) เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในสูตรสำเร็จ 100% ก็จะลดลงตามสัดส่วนของเบสที่ใช้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ได้ก็ยังเพียงพอที่จะให้ความชุ่มชื้นที่ดีค่ะ

การใช้สารกันเสีย

หากเบส Double Hyaluronic Gel ที่คุณใช้มีสารกันเสียผสมอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มสารกันเสียอีกค่ะ

การเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ (เปปไทด์, Alpha Arbutin, วิตามินบี 3)

คุณสามารถเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ เช่น เปปไทด์ (Sesaflash, Argireline), Alpha Arbutin และ วิตามินบี 3 ลงในสูตรได้ค่ะ ส่วนผสมเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวเพิ่มเติม:

  • Argireline (Acetyl Hexapeptide-8): เป็นเปปไทด์ที่ช่วยลดการยึดตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา อัตราการใช้ที่แนะนำคือ 3-10% ควรผสมในขั้นตอนสุดท้ายที่อุณหภูมิไม่เกิน 40°C และค่า pH ของสูตรควรอยู่ในช่วง 3.5-6.5
  • Alpha Arbutin: ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ทำงานโดยลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน อัตราการใช้ที่แนะนำคือ 0.2-2% (แนะนำ 2% เพื่อผลด้านความกระจ่างใส) ควรผสมในขั้นตอนสุดท้ายที่อุณหภูมิไม่เกิน 30°C และค่า pH ควรอยู่ในช่วง 3.5-6.5 ไม่ควรใช้ในสูตรที่มี pH สูงกว่า 8
  • วิตามินบี 3 (Niacinamide): มีประโยชน์หลากหลายต่อผิว ทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดรอยแดง/รอยดำ เพิ่มความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว ลดความมัน และช่วยเรื่องสิว อัตราการใช้ที่แนะนำคือ 1-10% (แนะนำ 5% และสามารถใช้ได้ถึง 10% โดยไม่ระคายเคืองสำหรับเกรด Safe-B3™) สามารถผสมใน Water-phase ที่ทนความร้อนได้ แต่ไม่ควรนานเกินไป ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 3-8 (ดีที่สุดที่ 4.0-7.0)

ข้อควรพิจารณา: การเพิ่มส่วนผสมหลายชนิดและในปริมาณสูง (เช่น สูตรเดิม 27% บวกเพิ่มอีกหลายตัว) จะทำให้เปอร์เซ็นต์รวมของสารออกฤทธิ์ในสูตรสูงขึ้น ซึ่ง อาจทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเหนอะหนะมากขึ้น ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสารที่เพิ่มเข้าไป แนะนำให้พิจารณาความรู้สึกต่อเนื้อสัมผัสที่ต้องการ หากกังวลเรื่องความเหนอะหนะ อาจเริ่มจากการใส่ในอัตราส่วนที่ต่ำลงตามช่วงที่แนะนำของผู้ผลิตก่อนค่ะ

สำหรับ Sesaflash ไม่พบข้อมูลในระบบปัจจุบัน จึงไม่สามารถให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับอัตราส่วนการใช้หรือข้อควรระวังได้ค่ะ

การเพิ่ม Cucumber Extract และ Natural Betaine

คุณสามารถเพิ่ม Cucumber Extract และ Natural Betaine ที่มีอยู่แล้วลงในสูตรได้ค่ะ

  • Cucumber Extract: ช่วยให้ผิวนุ่มนวล ลดการระคายเคือง อัตราการใช้ที่แนะนำคือ 3-5% ควรผสมในน้ำ หลีกเลี่ยงความร้อนเกิน 50°C และค่า pH ควรอยู่ในช่วง 5-7
  • Natural Betaine: ให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ไม่เหนอะหนะเหมือน Glycerin ช่วยเพิ่มความสามารถในการละลายของ Allantoin ได้ อัตราการใช้ที่แนะนำคือ 2-10% (ไม่เกิน 10%) สามารถผสมใน Water-phase

เนื่องจากเบสเจลมีค่า pH ประมาณ 6-7 และส่วนผสมอื่นๆ ที่คุณใช้ส่วนใหญ่มีช่วง pH ที่เข้ากันได้ การเพิ่ม Cucumber Extract (pH 5-7) และ Natural Betaine ไม่น่าจะทำให้ค่า pH ของสูตรโดยรวมเปลี่ยนแปลงไปมากจนมีปัญหาต่อส่วนผสมอื่นๆ ค่ะ

การทำความเข้าใจส่วนประกอบของเบส Double Hya Gel และการเพิ่ม Hyaluronic Acid

เบส Double Hyaluronic Gel เป็นเบสสำเร็จรูปที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย โดยทั่วไปมักจะมี Hyaluronic Acid หลายขนาดโมเลกุลผสมอยู่เพื่อให้ความชุ่มชื้นทั้งผิวชั้นบนและชั้นล่าง รวมถึงสารที่ช่วยสร้างเนื้อเจล การที่คุณเข้าใจว่ามีการใช้ Hyaluronic Acid ชนิดนาโน 0.5% และชนิดที่ทำให้เกิดเนื้อเจล 0.5% (รวมเป็น 1%) แล้วเติมสารอื่นๆ ก่อนปรับให้ครบ 100 กรัมด้วยน้ำกลั่นนั้น เป็นการทำความเข้าใจที่ใกล้เคียงกับหลักการทำสูตรทั่วไปค่ะ

เกี่ยวกับการเพิ่ม Hyaluronic Acid เพิ่มเติม:

  • การเพิ่ม Hyaluronic Acid ที่มีอยู่แล้ว (ประมาณ 0.2-0.5%): หากเป็น Hyaluronic Acid ชนิดโมเลกุลปกติ (Standard หรือ Large Molecule) การเพิ่มเข้าไปอีกจะทำให้ความเข้มข้นรวมของ Hyaluronic Acid ในสูตรสูงขึ้น ซึ่ง อาจทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์เหนอะหนะมากขึ้น ตามที่คุณ C7 และทีมงานได้ให้คำแนะนำไว้ แม้ว่าจะไม่ทำให้ Hyaluronic Acid ดูดน้ำออกจากผิวหากความเข้มข้นของแต่ละชนิดไม่เกิน 1% ก็ตาม แต่ผลต่อเนื้อสัมผัสเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาค่ะ
  • การทำเบสเองโดยใช้ Hyaluronic Acid ชนิดที่ทำเนื้อเจล 1% (ตัดตัวนาโนออก): การใช้ Hyaluronic Acid ชนิด Standard หรือ Large Molecule ที่ 1% จะทำให้ได้เนื้อเจลที่ข้นกว่าการใช้ในปริมาณที่น้อยกว่า เป็นทางเลือกหากคุณต้องการเนื้อเซรั่มที่ข้นขึ้น แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเหนอะหนะเช่นกันค่ะ การเลือกใช้ Hyaluronic Acid ชนิด Small Molecule (นาโน) จะให้ความชุ่มชื้นลึกซึ้งแต่ไม่ช่วยสร้างเนื้อเจลเท่าชนิดโมเลกุลใหญ่

โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ Hyaluronic Acid ในท้องตลาดมักใช้ความเข้มข้นรวมไม่เกิน 0.5% ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดีแล้วค่ะ การใช้ในปริมาณที่สูงขึ้นอาจไม่ได้ให้ผลที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับความเหนอะหนะที่เพิ่มขึ้น

ค่า pH ของเบสเจลจากแล็บ

ตามที่คุณ C7 ได้ให้ข้อมูลไว้ โดยทั่วไปเบสเจลที่มาจากแล็บจะมีการปรับค่า pH มาให้แล้ว และมักจะอยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับผิวคือประมาณ 6-7 ค่ะ หากคุณต้องการทำสูตรเองในอนาค การมีเครื่องวัดค่า pH จะช่วยให้คุณควบคุมคุณภาพและความเสถียรของสูตรได้ดีขึ้นค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสูตรเซรั่มของคุณนะคะ