การแก้ไขปัญหาการกระจายตัวของผงสีและการตกตะกอนในครีมกันแดดรองพื้น

ถามโดย: sarisa.200347 เมื่อ: May 13, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

รบกวนขอวิธีการใช้ Iron Oxides EasyMix แบบละเอียด เนื่องจากลองใช้ในสูตรกันแดดรองพื้นแล้ว สีดำตกตะกอน และคนแล้วมีรอยขีดๆ สีแดงที่บีกเกอร์

ต้องการขอคำแนะนำว่า:

  • สามารถละลายกับอะไรได้บ้าง?
  • ต้องใช้โฮโมไหม? ถ้าใช้ควรใช้ความแรงเท่าไหร่?
  • ขอคำแนะนำเรื่อง % การใส่สาร และขั้นตอนการขึ้นครีมกันแดดรองพื้น
  • การกระจายตัวของสี เนื่องจากลองขึ้นแล้วไปเซนติฟิว มีการแยกชั้น และมีสีดำตกตะกอน

สูตรที่ใช้ (W/O):

พาร์ท A

  • น้ำ: 41.20%
  • Disodium EDTA: 0.2%
  • Glycereth-26: 0.5%
  • Butylene glycol: 1%
  • Carbopol Ultrez 21: 0.2%
  • TEA: 0.2%

Part B

Part C

Part D

Part D (ซ้ำ)

Part F

  • Water: 5%
  • Niacinamide: 3%
  • Double Hyaluron Liquid: 0.5%
  • Aloe Vera Extract: 0.5%
  • สารสกัดธรรมชาติ: 1%

Part G

  • น้ำหอม: 0.5%
  • Phenoxyethanol & Ethylhexylglycerin: 1%

คำตอบ

คำแนะนำในการแก้ไขสูตรครีมกันแดดผสมรองพื้น

ปัญหาที่คุณพบ เช่น การตกตะกอนของผงสีดำ และการเกิดรอยแยกสีแดง (red streaks) ขณะกวน เป็นปัญหาที่พบบ่อยในสูตรที่มีการใช้ผงสีปริมาณมาก ต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ทางเทคนิคและขั้นตอนการผสมที่แนะนำครับ

1. ทำความเข้าใจพฤติกรรมของผงสี

  • การไม่ละลาย: ผงสี Yellow Iron Oxides EasyMix™, Red Iron Oxides EasyMix™, และ Black Iron Oxides EasyMix™ เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำและน้ำมัน (Insoluble) ดังนั้นจึงไม่มีตัวทำละลายใดที่ทำให้มัน "ละลาย" ได้ แต่ต้องใช้วิธีการ ทำให้เปียก (Wetting), การกระจายตัว (Dispersion) และการตีให้แตกตัว (Deagglomeration)
  • การเคลือบผิว: ผงสีกลุ่ม EasyMix™ ถูกเคลือบด้วย Methicone (Hydrophobic) ซึ่งออกแบบมาให้เข้ากับน้ำมันและซิลิโคนได้ดี แต่จะไม่เข้ากับน้ำ
  • รอยแยกสีแดง (Red Streaks): มักเกิดจากการที่ผงสีแดงยังแตกตัวไม่สมบูรณ์ (Incomplete deagglomeration) เมื่อมีการกวนหรือทาลงบนผิว แรงเฉือนจะทำให้ก้อนสีที่เกาะกันอยู่แตกออกจนเห็นเป็นเส้นสีแดง
  • ตะกอนสีดำ: ผงสีดำมีความหนาแน่นสูง หากกระจายตัวไม่ดีพอ หรือเนื้อครีมไม่มีค่า Yield Value (ความสามารถในการพยุงสารแขวนลอย) ที่เพียงพอ ผงสีจะตกลงสู่ก้นภาชนะ

2. ข้อสังเกตเกี่ยวกับสูตร

  • ประเภทของอิมัลชัน: แม้คุณจะระบุว่าเป็นสูตร W/O แต่ส่วนประกอบอย่าง Carbomer U21, Triethanolamine 99%, CreamMaker EG™, และ Milk Lotion Maker™ บ่งชี้ว่าเป็นอิมัลชันชนิด Oil-in-Water (O/W) ครับ
  • ยอดรวมของสูตร: ปัจจุบันยอดรวมอยู่ที่ 97.5% ควรปรับสัดส่วนของน้ำ (Water q.s.) ให้ครบ 100.0% ก่อนทำการทดสอบความเสถียร
  • ระดับ BHT: การใช้ Butylated Hydroxytoluene (BHT) ที่ 0.2% สูงกว่าเกณฑ์แนะนำทั่วไป (0.01–0.1%) แนะนำให้ลดลงเหลือ 0.1%
  • การจัดการสารกันแดด: Bisoctrizole (Tinosorb A2B) เป็นสารกันแดดชนิดอนุภาคที่กระจายในน้ำ ควรแยกจัดการในส่วนของน้ำ ส่วน DHHB Ultra-Pure™ และ Ethylhexyl Triazone ต้องละลายในส่วนน้ำมันด้วยความร้อนให้สมบูรณ์

3. ขั้นตอนการผสมที่แนะนำ

เพื่อการกระจายตัวที่เรียบเนียนและเสถียร ไม่ควรใส่ผงสีแห้งลงในถังผสมหลักโดยตรง แนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

  1. การเตรียมส่วนผสมสีเข้มข้น (Pigment Paste):

    • ผสมผงสี Iron Oxides ทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบแห้งก่อน
    • นำผงสีไปผสมในส่วนของน้ำมัน/ซิลิโคนบางส่วน (เช่น LipidSoft™ C1215, LipidSoft™ Lite, และ Cetyl Dimethicone) โดยใช้อัตราส่วนเริ่มต้น ผงสี 1 ส่วน ต่อ สารนำ 3–5 ส่วน
    • การใช้เครื่องโฮโมจีไนเซอร์: ใช้เครื่องโฮโมจีไนเซอร์ปั่นส่วนผสมสีนี้ ความเร็วที่แนะนำสำหรับการทดสอบในแล็บคือ 3,000–6,000 rpm เป็นเวลา 3–10 นาที ขั้นตอนนี้สำคัญมากในการตีให้ก้อนสีแตกตัวเพื่อป้องกันการเกิดรอยแยกสี
  2. การเตรียมส่วนน้ำมัน (Oil Phase):

    • ผสมน้ำมันที่เหลือ สารสร้างเนื้ออย่าง Glyceryl Stearate SE และสารกันแดดที่ละลายในน้ำมัน (DHHB Ultra-Pure™, Ethylhexyl Triazone)
    • ให้ความร้อนที่ 70–75°C กวนจนสารกันแดดละลายหมด จากนั้นจึงนำ Pigment Paste ที่เตรียมไว้มาผสมลงในส่วนน้ำมันนี้
  3. การเตรียมส่วนน้ำ (Water Phase):

    • เตรียมส่วนน้ำที่มี Carbomer U21, Safe-B3™ และสารละลายน้ำอื่นๆ ให้ความร้อนในระดับใกล้เคียงกับส่วนน้ำมัน
  4. การสร้างอิมัลชัน (Emulsification):

    • เทส่วนน้ำมันลงในส่วนน้ำขณะปั่นด้วยความเร็วสูง (High Shear) เพื่อสร้างอิมัลชัน
    • ปรับค่า pH ด้วย Triethanolamine 99% (เป้าหมายประมาณ 6.0–7.0) เพื่อให้ Carbomer พองตัวสร้างความหนืด
  5. ขั้นตอนสุดท้าย:

    • เติม Bisoctrizole, Double Hyaluron Liquid, สารสกัด และสารกันเสีย (Phenoxyethanol และ Ethylhexylglycerin) ในช่วงที่อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 40°C

4. การปรับปรุงความเสถียร

หากยังพบการตกตะกอนเมื่อทดสอบด้วยเครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge):

  • เพิ่มพลังการพยุง: ลองเพิ่ม Carbomer U21 เป็น 0.3–0.5% เพื่อเพิ่มความสามารถในการพยุงอนุภาคผงสีและสารกันแดด
  • การเตรียมผงแป้ง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผงซิลิโคนอย่าง KSP-100 ถูกทำให้เปียกในน้ำมัน/ซิลิโคนก่อนเติมลงในสูตร เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนครับ

งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

Barel, Paye, and Maibach, Handbook of Cosmetic Science and Technology, 4th ed., CRC Press, 2014.
Harry’s Cosmeticology, 9th ed., Chemical Publishing, 2015.
Tadros, T. F., Emulsion Formation and Stability, Wiley-VCH, 2013.
Barnes, Hutton, and Walters, An Introduction to Rheology, Elsevier, 1989.