คำถามเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรครีมและโทนเนอร์ BHA

ถามโดย: k.ramnee เมื่อ: April 14, 2013 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

มีคำถามเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรเครื่องสำอาง 2 สูตร ดังนี้ค่ะ

1. สูตรครีม (เน้น: ชุ่มชื้น + กระจ่างใส)

ได้เลือกส่วนผสมและเสนอเปอร์เซ็นต์เบื้องต้นไว้แล้ว ดังนี้ค่ะ

  • Niacinamide
  • NAG
  • Allantoin
  • Hyaluronic Acid standard & nano
  • Panthenol
  • Sodium Lactate
  • Sodium PCA
  • Urea

อยากทราบความเข้มข้นเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับ Sodium Lactate, Sodium PCA, และ Urea ค่ะ

และกำลังพิจารณาใช้ Natural Moisturizing Amino Acids (NMAA) สำหรับผิวแห้งมาก อยากทราบเปอร์เซ็นต์การใช้ที่แนะนำสำหรับ NMAA และหากใช้ NMAA จะต้องตัด Sodium PCA ออกจากสูตรหรือไม่คะ

คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนผสมในครีม:

  • ส่วนผสมอย่าง Calendula และ Centella Asiatica เหมาะสมที่จะเพิ่มเติมในสูตรนี้หรือไม่คะ?
  • ส่วนผสมสำหรับรูขุมขน เช่น Witch Hazel หรือ L-Carnitine จำเป็นหรือเหมาะสมที่จะใส่ในสูตรครีมที่เน้นความชุ่มชื้นนี้หรือไม่คะ?
  • ควรใส่ Glycerin ในสูตรด้วยหรือไม่คะ?
  • ความแตกต่างระหว่างการใช้ Sodium Lactate + Sodium PCA + Urea กับ Natural Moisturizing Amino Acids (NMAA) คืออะไรคะ?
  • Disodium EDTA และ Phenoxyethanol จำเป็นต้องใส่เพื่อการเก็บรักษาหรือไม่ แม้จะใช้ขวดปั๊ม/ดรอปเปอร์ ไม่ได้ใช้น้ำกลั่น และไม่ได้แช่เย็น?
  • สำหรับการปรับสีผิวให้กระจ่างใส ควรใช้ Alpha-Arbutin หรือ Lemon Peel Bioferment ดีคะ?

2. สูตร BHA Toner

มีสูตร BHA Toner ดังนี้ค่ะ:
Salicylic acid 1.5%
Propylene glycol 38.5%
Polysorbate 20 3%
Water

คำถามเกี่ยวกับ BHA Toner นี้:

  1. สูตรโทนเนอร์นี้มีวิธีใช้อย่างไรคะ?
  2. ภาชนะบรรจุแบบใดที่เหมาะสมสำหรับโทนเนอร์นี้คะ?
  3. ภาชนะสำหรับผสมสูตรนี้ควรเป็นแบบใดคะ?

คำตอบ

คำตอบสำหรับสูตรครีมและโทนเนอร์ BHA

สูตรครีม (เน้นชุ่มชื้น + กระจ่างใส)

ส่วนผสมที่คุณ k.ramnee เลือกมา (Niacinamide, NAG, Allantoin, Hyaluronic Acid standard & nano, Panthenol, Sodium Lactate, Sodium PCA, Urea) และเปอร์เซ็นต์ที่เสนอมานั้นเหมาะสมดีมากค่ะ และการใส่ Panthenol เพิ่มเติมก็เป็นความคิดที่ดีค่ะ เพราะจะช่วยเสริมเรื่องความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน

สำหรับ Sodium Lactate, Sodium PCA, และ Urea ทางทีมงานแนะนำให้เริ่มต้นที่ความเข้มข้นดังนี้ค่ะ:

  • Sodium Lactate 3%
  • Sodium PCA 3-5%
  • Urea 3%

หากใช้แล้วยังรู้สึกว่าผิวแห้งมาก สามารถพิจารณาเพิ่มความเข้มข้นได้ในภายหลังค่ะ

ส่วน Natural Moisturizing Amino Acids (NMAA) เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากสำหรับผิวแห้งมาก สามารถใช้ได้ที่ 3-5% แต่หากเลือกใช้ NMAA จะต้องตัด Sodium PCA ออกจากสูตรนะคะ เนื่องจากใน NMAA มี Sodium PCA ผสมอยู่แล้วค่ะ NMAA จะช่วยเสริมโครงสร้าง Natural Moisturizing Factor (NMF) ของผิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนผสมในครีม:

  • Calendula และ Centella Asiatica: ตามคำแนะนำของทีมงาน สำหรับสูตรแรกนี้เน้นเรื่องความชุ่มชื้นก่อนจะดีกว่าค่ะ ส่วนผสมอย่าง Calendula Extract และ Centella Asiatica Extract สามารถพิจารณาเพิ่มเติมในอนาคตได้ หากต้องการเน้นเรื่องการป้องกันริ้วรอยหรือปลอบประโลมผิวค่ะ
  • ส่วนผสมสำหรับรูขุมขน (Witch Hazel, L-Carnitine): ทีมงานแนะนำว่าการใช้ BHA Toner จะช่วยเรื่องรูขุมขนอุดตันได้ตรงจุดมากกว่าค่ะ สำหรับ L-Carnitine นั้นมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดความมันได้ แต่ควรใช้เดี่ยวๆ หรือร่วมกับ AHA/BHA อื่นๆ และอาจไม่จำเป็นต้องใส่ในสูตรครีมที่เน้นความชุ่มชื้นค่ะ ควรลองปรับโฟมล้างหน้าดูก่อนว่ารุนแรงไปหรือไม่ หากผิวแห้งแต่มีมันช่วงบ่าย อาจเกิดจากโฟมล้างหน้าที่ทำให้ผิวแห้งเกินไปจนต้องผลิตน้ำมันออกมาทดแทนค่ะ
  • Glycerin: สามารถใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ Glycerin ช่วยเรื่อง Skin feel ทำให้เนื้อครีมลื่นขึ้น แต่ในแง่ความชุ่มชื้นในฐานะ Humectant นั้นน้อยกว่าสารตัวอื่นที่คุณเลือกใส่ไปแล้วค่ะ
  • ความแตกต่างระหว่าง Sodium Lactate + Sodium PCA + Urea กับ Natural Moisturizing Amino Acids (NMAA): ทั้งสามตัวแรก (Sodium Lactate, Sodium PCA, Urea) เป็นส่วนประกอบสำคัญของ NMF ในผิวตามธรรมชาติค่ะ ส่วน NMAA เป็นสารผสมของกรดอะมิโน 8 ชนิดและ Sodium PCA ซึ่งเลียนแบบโครงสร้าง NMF ของผิวตามธรรมชาติเช่นกัน NMAA จะช่วยเสริมความชุ่มชื้นและช่วยสมานแผลได้ดีค่ะ หากใช้ NMAA ให้ตัด Sodium PCA ออกค่ะ
  • Disodium EDTA และ Phenoxyethanol สำหรับการเก็บรักษา: จำเป็นต้องใส่ค่ะ แม้จะใช้ขวดปั๊ม/ดรอปเปอร์ และไม่ได้ใช้น้ำกลั่นหรือไม่แช่เย็น การใส่ Disodium EDTA จะช่วยจับไอออนในน้ำที่ไม่บริสุทธิ์ ทำให้สูตรคงตัวมากขึ้น ส่วน Phenoxyethanol เป็นสารกันเสียที่จำเป็นเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำลายส่วนผสมและทำให้ผลิตภัณฑ์เสียได้ค่ะ สำหรับระยะเวลาการเก็บรักษา ควรดูรายละเอียดเพิ่มเติมในกระทู้เกี่ยวกับการเก็บรักษาค่ะ
  • Alpha-Arbutin กับ Lemon Peel: ทีมงานแนะนำให้ลองใช้สูตรพื้นฐานที่มี Niacinamide และ NAG ก่อนค่ะ ซึ่งสองตัวนี้ก็มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้ในระดับหนึ่ง หากยังไม่พอใจค่อยพิจารณาเพิ่มส่วนผสมที่แพงขึ้นอย่าง Alpha Arbutin ในภายหลังค่ะ Lemon Peel Bioferment เป็นสารสกัดจากเปลือกมะนาวที่ผ่านการหมัก มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งช่วยเรื่องความกระจ่างใสได้เช่นกันค่ะ

สูตร BHA Toner

สำหรับสูตร BHA Toner ที่มี Salicylic acid 1.5%, Propylene glycol 38.5%, Polysorbate 20 3%, และน้ำ

คำถามเกี่ยวกับ BHA Toner:

  1. วิธีใช้: ถูกต้องค่ะ สูตรนี้จะออกมาเป็นน้ำเหลวๆ สามารถใช้สำลีชุบแล้วเช็ดเป็นโทนเนอร์ได้เลยค่ะ หากต้องการให้เนื้อข้นขึ้น สามารถเพิ่มสารสร้างเนื้อเจลอย่าง Aristoflex AVC หรือ Xanthan Gum ได้ค่ะ
  2. ภาชนะบรรจุ: สามารถใช้ขวดปั๊มพลาสติกใสธรรมดาได้ค่ะ ความเป็นกรดของ BHA ที่ความเข้มข้น 1.5% ไม่ได้รุนแรงจนเป็นปัญหากับพลาสติกทั่วไปค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงเพื่อรักษาประสิทธิภาพของส่วนผสมค่ะ ขวดปั๊มของทางเว็บสามารถใช้ได้เลยค่ะ ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและซีลมาเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดซ้ำค่ะ
  3. ภาชนะสำหรับผสม: เครื่องแก้วที่ใช้ในห้องแล็บสามารถใช้ผสมได้ค่ะ เนื่องจากทนกรดและความร้อนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือภาชนะที่ใช้ผสมต้องสะอาดมากๆ ค่ะ ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึงเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้เลยค่ะ