คำแนะนำการปรับปรุงสูตรเซรั่มและครีมสำหรับผิวแห้ง แพ้ง่าย มีริ้วรอย

ถามโดย: wrasbhisa.a เมื่อ: August 15, 2016 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

อายุ 40+ ปี ผิวแห้ง ขาดน้ำ บอบบางแพ้ง่าย (มีผื่นแดงบริเวณแก้มและจมูก) และมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ได้ผสมครีมและซีรั่มตามสูตรด้านล่างนี้ใช้ทั้งเช้าและเย็นมาหนึ่งเดือนแล้ว พบว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นและแพ้น้อยลง แต่อาการแพ้ก็ยังมีอยู่เมื่อเหงื่อออกหรือโดนแดดมากๆ ผิวจะแดงและเป็นผื่นขึ้นมา และผิวยังคงมีอาการแห้งและขาดน้ำหลังทาครีมและเซรั่มได้ 2-3 ชั่วโมง (ปกติอยู่ในห้องแอร์เกือบทั้งวัน)

สูตรปัจจุบัน:

เซรั่ม:

  1. Distilled Water: ส่วนที่เหลือ
  2. Hyaluronic Standard Molecule: 0.5%
  3. Hyaluronic Nano Molecule: 0.5%
  4. Repair Activator: 10%
  5. Argireline: 10%
  6. Matrixyl 3000: 8%
  7. Ume Extract: 3%
  8. water lock: 2%
  9. Phenoxyethanol: 1%

ครีมทาผิว:

  1. Water: ส่วนที่เหลือ
  2. Satin Mousse: 1%
  3. Squalane: 10%
  4. Vitamin E (Tocopheryl Acette): 0.5%
  5. perfect c: 5%
  6. Ceramide Complex (CeraTouch): 10%
  7. Bisabolol: 1%
  8. Phynoxy Ethnol: 0.5%

คำถามคือ:

  • สามารถเติม Sea Kelp Extract 2% และ CM Glucan 5% เพิ่มลงในส่วนของซีรั่มได้ไหมคะ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิว?
  • Moist 72 กับ Moist 24 ต่างกันอย่างไร? และต่างจาก water lock อย่างไร? หากต้องการเติม Moist 72 หรือ 24 5% เพิ่มในสูตรซีรั่ม จะช่วยทำให้ผิวแห้งช้าลง และลดอาการขาดน้ำลงได้อีกไหมคะ?
  • หากต้องการเติมสารนำพา PE-1 Aqua 2% ลงในสูตรซีรั่ม ต้องปรับสูตรอย่างไร (ในรายละเอียดบอกว่าเป็นสารละลายในน้ำมัน)
  • ปกติทาซีรั่มและครีมด้านบนนี้ในบริเวณรอบดวงตาด้วย หากต้องการผสมอายซีรั่มเนื้อบางเบา (หากเนื้อเหนียว เวลาแต่งหน้าจะเป็นคราบ) เพื่อแก้ปัญหาถุงใต้ตา ตีนการ่องลึก และรอบดวงตาดำคล้ำ โดยเฉพาะ ควรเลือกใช้ส่วนผสมใดในสูตรคะ?

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ

คำแนะนำการปรับปรุงสูตรสำหรับผิวแห้ง แพ้ง่าย มีริ้วรอย และขาดน้ำ

เป็นเรื่องที่ดีมากที่คุณเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากการใช้เซรั่มและครีมสูตรปัจจุบันของคุณค่ะ การดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำ แพ้ง่าย และมีปัญหาริ้วรอยแห่งวัยต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย นี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับคำถามของคุณและวิธีปรับปรุงสูตรเพิ่มเติม:

การเพิ่ม Sea Kelp Extract และ CM Glucan ในเซรั่ม

ใช่ค่ะ คุณสามารถเพิ่ม Sea Kelp Extract (2%) และ CM Glucan (5%) ลงในสูตรเซรั่มของคุณได้ ส่วนผสมทั้งสองชนิดนี้ละลายในน้ำได้ดี และสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิวแพ้ง่ายและลดการระคายเคืองได้

  • Sea Kelp Extract มีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิว ช่วยปรับสมดุลสำหรับทุกสภาพผิวและทำให้ผิวแพ้ง่ายแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
  • CM Glucan มีประสิทธิภาพในการลดการระคายเคืองและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของผิว ทำให้ผิวแพ้น้อยลง

เปอร์เซ็นต์ที่คุณเสนอมาอยู่ในช่วงอัตราการใช้ที่แนะนำ ควรระวังว่าการใช้ Sea Kelp Extract ในปริมาณสูงอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นคล้ายสาหร่ายทะเลเล็กน้อย แต่ 2% โดยทั่วไปถือว่าไม่สูงมากค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง Moist 72, Moist 24 และ Water Lock

ส่วนผสมทั้งสามชนิดนี้ให้ประโยชน์ด้านความชุ่มชื้นที่แตกต่างกัน:

  • Water Lock (Polyquaternium-51) ทำงานโดยการสร้างฟิล์มเคลือบบนผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิว (Transepidermal Water Loss - TEWL) ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นโดยการกักเก็บน้ำไว้
  • MOIST24 (Glycereth-26) เป็นสาร Humectant ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัสของสูตร ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเงา น่าใช้ และให้ความรู้สึกที่ดีต่อผิว
  • MOIST72 (Saccharide Isomerate) เป็นโมเลกุลน้ำตาลจากพืชที่มีโครงสร้างคล้ายกับ Natural Moisturizing Factor (NMF) ใต้ผิว ให้ความชุ่มชื้นสูง ต่อเนื่อง และยาวนาน ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง

การเพิ่ม MOIST72 หรือ MOIST24 ที่ 5% ลงในสูตรเซรั่มของคุณจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการผิวแห้งและขาดน้ำได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณอยู่ในห้องแอร์เกือบทั้งวัน MOIST72 จะให้ความชุ่มชื้นที่เข้มข้นและยาวนานกว่า ในขณะที่ MOIST24 จะช่วยให้เนื้อสัมผัสดีขึ้นด้วยค่ะ

การเพิ่ม PE-1 Aqua ในเซรั่ม

PE-1 Aqua เป็นสารนำพา (Penetration Enhancer) ที่ได้จาก Terpenes ธรรมชาติ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สารออกฤทธิ์ที่ละลายในน้ำสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชื่อว่า "Aqua" แต่ PE-1 Aqua ถูกออกแบบมาให้ผสมใน ส่วนของน้ำมัน (oil phase) ของสูตร ไม่ใช่ส่วนของน้ำ การเพิ่ม PE-1 Aqua ลงในสูตรเซรั่มที่เป็นเบสหลักเป็นน้ำของคุณโดยตรงจึงไม่ใช่วิธีที่แนะนำ และอาจไม่ให้ประโยชน์ในการนำพาตามที่ตั้งใจไว้ หากเซรั่มของคุณเป็นเบสที่เน้นน้ำ การใส่ PE-1 Aqua จะต้องมีการเพิ่มส่วนของน้ำมันและสารประสานเนื้อ (emulsifier) เข้าไปในสูตร ซึ่งจะทำให้สูตรเปลี่ยนจากเซรั่มเป็นอิมัลชัน (เช่น โลชั่นหรือครีม) อัตราการใช้ที่แนะนำสำหรับ PE-1 Aqua คือ 1.5-3.5% โดยแนะนำ 1.0-2.0% สำหรับผลิตภัณฑ์รอบดวงตา

ส่วนผสมสำหรับอายเซรั่มเนื้อบางเบา

สำหรับการทำอายเซรั่มเนื้อบางเบาเพื่อเน้นแก้ปัญหาถุงใต้ตา ตีนกา ร่องลึก และรอยคล้ำรอบดวงตาโดยเฉพาะ คุณสามารถพิจารณาเพิ่มส่วนผสมเหล่านี้:

  • REGU®-AGE: ส่วนผสมนี้ออกแบบมาเพื่อลดรอยคล้ำและรอยบวมใต้ตาโดยเฉพาะ ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิวบอบบางรอบดวงตาและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
  • Pep®-Eye (Acetyl Tetrapeptide-5): เป็นเปปไทด์ที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์รอบดวงตา ทำงานโดยยับยั้งกระบวนการ Glycation (สาเหตุหนึ่งของถุงใต้ตา) และลดการซึมผ่านของหลอดเลือด (สาเหตุของรอยคล้ำใต้ตา)
  • Orange Peel Extract (Hesperidin Methyl Chalcone): สารสกัดนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณรอบดวงตา ซึ่งสามารถช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้าน Glycation ด้วย ควรทราบว่าอาจทำให้รู้สึกอุ่นเล็กน้อยบริเวณที่ทาได้

คุณสามารถนำสารออกฤทธิ์เหล่านี้ไปผสมในเบสเซรั่มเนื้อบางเบา (เช่น เบสที่เป็นน้ำหรือเจล) เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าความเข้มข้นรวมของสารออกฤทธิ์ยังอยู่ในช่วงที่แนะนำ เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่บางเบา เหมาะสำหรับผิวรอบดวงตาและใช้ก่อนแต่งหน้าได้โดยไม่เป็นคราบ

การใส่ส่วนผสมอย่าง Ceramide Complex ซึ่งคุณใช้อยู่ในครีมทาผิวแล้ว ก็สามารถเป็นประโยชน์ในสูตรสำหรับรอบดวงตาได้เช่นกัน เพื่อช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและลดความไวต่อการระคายเคืองบริเวณรอบดวงตาค่ะ

การเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และเน้นแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่คุณกังวลรอบดวงตา จะช่วยให้คุณดูแลผิวแห้ง แพ้ง่าย และมีปัญหาริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ