ตรวจสอบสูตรเซรั่มแก้สิวและต่อต้านริ้วรอย

ถามโดย: winner9606 เมื่อ: December 17, 2018 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ตอนนี้มีความคิดอยากจะทำเซรั่มที่ช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตันและมีประสิทธิภาพต่อต้านริ้วรอยด้วย เป็นเซรั่มที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เนื่องจากสกินแคร์รักษาสิวส่วนใหญ่เมื่อใช้ต่อเนื่องจะทำให้ผิวแดง แห้งลอก และระคายเคือง

เป็นเซรั่มที่เหมาะสำหรับคนอายุ 20+ ที่มีปัญหาสิว ผิวมัน และต้องการป้องกันปัญหาการเกิดริ้วรอยตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ไม่อยากใช้สกินแคร์หลายตัว (อารมณ์ประมาณ Olay Total Effects แต่สามารถรักษาสิวได้ด้วย)

ส่วนผสมมีด้วยกันดังนี้:

  1. Encapsulated Salicylic Acid (Powder) 4%
  2. L-Carnitine 3%
  3. Licorice Extract (Licochalcone A 1%) 2% (ลดการอักเสบระคายเคือง)
  4. Niacinamide 5% (ลดความมัน กระชับรูขุมขน ผิวขาวใส)
  5. Panthenol 3% (ให้ความชุ่มชื้น)
  6. Matrixyl 3000 5% (สร้างคอลลาเจน ต่อต้านริ้วรอย)
  7. Rice Vitamin (Inositol) 2% (ให้ความชุ่มชื้น ปรับให้ผิวมีความสมดุล)
  8. Hyaluronic Acid (Small Molecule) 0.1% (ให้ความชุ่มชื้น)
  9. Butylene Glycol 2% (ตัวทำละลาย+ให้ความชุ่มชื้น)
  10. Olive Oil Water (Olive Oil PEG-7 Esters) 1% (ให้ความชุ่มชื้น ป้องกันผิวแห้งลอก ต่อต้านริ้วรอย)
  11. Dimethyl Isosorbide (DMI) 3% (ตัวนำพาส่วนผสมเข้าผิว+ลดการระคายเคือง)
  12. น้ำกลั่น ปราศจากเชื้อ

ขั้นตอนการผสม:

  1. เตรียมส่วนผสมที่ 12 (น้ำกลั่น) จากนั้นใส่ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 10, 11 ปั่นหรือคนให้เข้ากัน
  2. ใส่ส่วนผสมที่ 1 และ 8 ลงไป จากนั้นปั่นให้เข้ากัน

รบกวนช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับว่าส่วนผสมอันไหนควรตัดออก และควรเพิ่มขั้นตอนอะไรบ้าง

คำตอบ

หัวข้อ: การตรวจสอบสูตรเซรั่มแก้ปัญหาสิว + ต่อต้านริ้วรอย

ขอบคุณที่แบ่งปันสูตรเซรั่มที่คุณต้องการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสิวและต่อต้านริ้วรอยครับ เป้าหมายของคุณในการสร้างเซรั่มที่ใช้ได้ทุกวัน ไม่ระคายเคือง สำหรับผิวผสม-ผิวมัน เป็นสิวง่าย อายุ 20+ ที่ต้องการดูแลทั้งปัญหาสิวและริ้วรอยไปพร้อมกันนั้น ได้รับการตอบสนองที่ดีจากการเลือกใช้ส่วนผสมต่างๆ ครับ

การตรวจสอบส่วนผสม:
ส่วนผสมที่คุณเลือกมามีความเหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ:

  • แก้ปัญหาสิว/ควบคุมความมัน: Encapsulated Salicylic Acid, Niacinamide, L-Carnitine, Rice Vitamin (Inositol).
  • ต่อต้านริ้วรอย: Niacinamide, Matrixyl 3000, Olive Oil Water.
  • ปลอบประโลม/ให้ความชุ่มชื้น/เสริมเกราะป้องกันผิว: Licorice Extract, Panthenol, Hyaluronic Acid, Butylene Glycol, Olive Oil Water, Dimethyl Isosorbide (DMI).
  • ช่วยนำพาส่วนผสมเข้าสู่ผิว: Dimethyl Isosorbide (DMI).

ความเข้มข้นที่คุณเลือกใช้โดยทั่วไปอยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง การใช้ Encapsulated Salicylic Acid ร่วมกับส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว เช่น Licorice, Panthenol และ DMI เป็นแนวทางที่ดีในการลดโอกาสการระคายเคืองที่มักเกิดจากการรักษาสิว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณที่ต้องการเซรั่มที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

ส่วนผสมที่ควรตัดออก:
จากเป้าหมายที่คุณระบุและคุณสมบัติของส่วนผสมต่างๆ แล้ว ไม่มีส่วนผสมใดที่ จำเป็นต้อง ตัดออกครับ ส่วนผสมทั้งหมดที่คุณเลือกมาทำงานเสริมกันได้ดีและถูกออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งปัญหาสิวและริ้วรอยไปพร้อมๆ กัน โดยมุ่งเน้นให้เกิดการระคายเคืองน้อยที่สุด

ขั้นตอนเพิ่มเติมสำหรับการผสม:
ขั้นตอนการผสมที่คุณเสนอมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ แต่เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสถียร ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ควรเพิ่มขั้นตอนที่สำคัญหลายอย่างดังนี้:

  1. การปรับค่า pH: ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ Salicylic Acid จะทำงานได้ดีที่สุดที่ค่า pH ต่ำ (ประมาณ 3-4) แต่ Niacinamide จะมีความเสถียรและระคายเคืองน้อยที่สุดที่ค่า pH 5-6 การผสมส่วนผสมทั้งสองชนิดนี้ในสูตรเดียวกันจำเป็นต้องมีการจัดการค่า pH อย่างระมัดระวัง คุณจะต้องวัดค่า pH ของเซรั่มที่ผสมเสร็จแล้วและปรับให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและความเสถียร (เช่น ค่า pH 4.5-5.5 อาจเป็นค่ากลางที่เหมาะสม แต่ควรตรวจสอบข้อมูลเฉพาะของ Encapsulated Salicylic Acid ที่คุณใช้ด้วย) คุณจะต้องเตรียมสารปรับค่า pH ที่เป็นกรด (เช่น Lactic Acid หรือ Citric Acid) และเบส (เช่น สารละลาย Sodium Hydroxide) ไว้สำหรับปรับค่า pH
  2. การใส่สารกันเสีย: ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเบสน้ำ จำเป็นต้อง มีระบบสารกันเสียเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความปลอดภัยและอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ คุณต้องเลือกใช้สารกันเสียแบบ Broad-spectrum ที่เหมาะสมและใส่ตามคำแนะนำของผู้จำหน่าย
  3. สารคีเลต (Chelating Agent): การเพิ่มสารคีเลต (เช่น Disodium EDTA) สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรได้ โดยจะจับกับไอออนของโลหะที่อาจส่งผลต่อความเสถียรของส่วนผสมและทำให้สีของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไป
  4. การผสม/การไฮเดรตที่เหมาะสม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการผสมอย่างทั่วถึงในแต่ละขั้นตอน เมื่อเติม Hyaluronic Acid ควรให้เวลาที่เพียงพอเพื่อให้มันดูดน้ำและสร้างความหนืดให้กับเซรั่ม เมื่อเติม Encapsulated Salicylic Acid แบบผง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีก้อนตกค้าง

สรุปขั้นตอนการผสมที่ปรับปรุง:

  1. เตรียมส่วนของน้ำ (น้ำกลั่นปราศจากเชื้อ)
  2. เติมส่วนผสมที่ละลายน้ำได้ (L-Carnitine, Licorice Extract, Niacinamide, Panthenol, Matrixyl 3000, Rice Vitamin, Butylene Glycol, Olive Oil Water, Dimethyl Isosorbide) ผสมให้เข้ากันจนละลายหมดและเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. เติม Hyaluronic Acid ผสมให้เข้ากันอย่างทั่วถึง และให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการไฮเดรตจนได้ความหนืดที่ต้องการ
  4. เติม Encapsulated Salicylic Acid แบบผง กระจายตัวให้ทั่วถึงโดยใช้การผสมที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  5. เติมสารคีเลต (ถ้าใช้) ผสมให้เข้ากันดี
  6. วัดค่า pH และปรับให้อยู่ในช่วงที่ต้องการโดยใช้สารละลายกรดหรือเบส ผสมให้เข้ากันดีหลังการปรับค่า pH
  7. เติมระบบสารกันเสียที่เลือกไว้ ผสมให้เข้ากันดี
  8. ตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย (ค่า pH, ลักษณะภายนอก, ความเป็นเนื้อเดียวกัน)

การเพิ่มขั้นตอนการปรับค่า pH การใส่สารกันเสีย และการพิจารณาใช้สารคีเลต จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความเสถียร และประสิทธิภาพของสูตรเซรั่มของคุณได้อย่างมากครับ