ประสิทธิภาพวิตามินซี ปัญหาผิว และข้อผิดพลาดในการพัฒนาสูตรครีม/กันแดด

ถามโดย: kunbeau เมื่อ: March 07, 2016 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ฉันมีผิวผสม โดยแก้มแห้งลอก แต่ T-Zone มัน และมีแนวโน้มเป็นสิวอุดตันและระคายเคือง ฉันใช้ Vitamin C E Ferulic Kit ในตอนเช้า

  1. จำเป็นต้องรอ 30 นาทีหลังทา Vitamin C E Ferulic Kit ก่อนทาครีมบำรุงและครีมกันแดด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดหรือไม่?
  2. ฉันได้ลองทำสูตรขึ้นมา 2 สูตร คือ:
    • สูตรครีม: มีส่วนผสมของ Jojoba Oil และ Rose Hip Oil ในปริมาณสูง
    • สูตรครีมกันแดด: ใช้ Light Cream Maker เป็นสารประสาน และมีส่วนผสมของ SPF Protect Ultra ในความเข้มข้นสูง (ซึ่งมีส่วนผสมของ Octocrylene และ OMC)

จากสภาพผิวและส่วนผสมที่ใช้ สูตรเหล่านี้มีปัญหาอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสิวอุดตัน การระคายเคือง และความคงตัวของสูตร? และสูตร Water-in-Oil Cream ที่ทีมงานแนะนำ (ซึ่งมีส่วนผสมของ Vitamin B5, Rhamnose, Shea Butter) เหมาะสมกับปัญหาผิวของฉันมากกว่าอย่างไร?

คำตอบ

สำหรับคำถามของคุณ kunbeau เกี่ยวกับการรอ 30 นาทีหลังทา Vitamin C E Ferulic Kit ในตอนเช้า:

คำแนะนำให้รอ 30 นาทีนั้น เพื่อให้ได้ ประสิทธิภาพสูงสุด ของ Vitamin C ค่ะ ซึ่งจะช่วยให้ Vitamin C ซึมซาบและทำงานบนผิวได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีการรบกวนจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทาตามมา

อย่างไรก็ตาม ตามที่ทีมงานได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ หากการรอ 30 นาทีไม่สะดวกกับกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าของคุณ:

  • คุณสามารถพิจารณาใช้ Vitamin C E Ferulic Kit ในตอนกลางคืน แทนได้ค่ะ
  • หรือ การทาครีมบำรุงและครีมกันแดดตามทันทีหลังทา Vitamin C E Ferulic Kit ในตอนเช้า ไม่ได้ทำให้เกิดผลเสีย ค่ะ ประสิทธิภาพของ Vitamin C อาจจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการรอ แต่ก็ยังคงให้ ประสิทธิภาพที่ดี (ประมาณ 70-90%) ซึ่งเป็นระดับที่ยอมรับได้โดยทั่วไปค่ะ

จากสภาพผิวของคุณ kunbeau (แก้มแห้งลอก, T-Zone มัน, และมีแนวโน้มเป็นสิวอุดตัน) ทีมงานได้ให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเกี่ยวกับสูตรที่คุณเสนอไว้ก่อนหน้านี้ด้วยค่ะ:

  • การใช้น้ำมันในปริมาณสูง เช่น Jojoba Oil และ Rose Hip Oil อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสิวอุดตันได้
  • สูตรครีมกันแดดที่คุณเสนอ มีปัญหาเรื่องสารประสาน (Light Cream Maker) ที่ไม่สามารถประสานส่วนของน้ำมันในปริมาณสูงได้ (Jojoba Oil + SPF Protect Ultra)
  • การใช้ SPF Protect Ultra ในปริมาณสูง อาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะและเพิ่มความเสี่ยงสิวอุดตันได้ เนื่องจากมีส่วนผสมอย่าง Octocrylene และ OMC
  • หากผิวมีอาการระคายเคือง สูตรที่ 2 (Water-in-Oil Cream) ที่ทีมงานแนะนำ จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากมีส่วนผสมที่ช่วยลดการระคายเคือง (Vitamin B5, Rhamnose, Shea Butter) และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ต่างจากสูตรที่ 1 ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นและผลัดเซลล์ผิว

ดังนั้น คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตารางเวลาของคุณได้ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของ Vitamin C ที่อาจลดลงเล็กน้อยหากทาผลิตภัณฑ์อื่นตามทันทีในตอนเช้า และควรพิจารณาปรับสูตรครีมตามคำแนะนำของทีมงานเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวอุดตันและเพื่อให้สูตรมีความคงตัวค่ะ