รีวิวสูตรสเปรย์ปลูกผม: เนื้อบางเบาและความคงตัว

ถามโดย: areeya_dd เมื่อ: June 30, 2019 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการทำสเปรย์ที่มีคุณสมบัติดังนี้:

  • กระตุ้นการงอกของเส้นผม
  • บำรุงรากผมให้แข็งแรง
  • เนื้อบางเบา
  • ไม่ทิ้งความมันไว้บนหนังศีรษะ
  • อ่อนโยนไม่ระคายเคือง
  • สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผม

นี่คือส่วนผสมและสัดส่วนที่ต้องการใช้:

  • Sandal Pentanol (Sandalore) 5%
  • Biotin Express™ 1%
  • Hydro Protein (Soy, Oat, Wheat, Maize Protein) 1%
  • 1,2-Hexanediol 4%
  • Melatonin Forte™ 1%
  • Coffee Extract 3%
  • Mild Preserved Eco™ (Preservative-Free) 1%
  • Light Lotion Maker 2%
  • Dimethicone 1Secs (ควรใส่เท่าไหร่ดีคะ?)

สูตรนี้สามารถผสมได้ไหมคะ? รบกวน staff แนะนำและวิธีผสมด้วยค่ะ

คำตอบ

สูตรสเปรย์บำรุงรากผมและกระตุ้นการงอกของเส้นผม

จากสูตรที่คุณต้องการทำสเปรย์บำรุงรากผม กระตุ้นการงอกของเส้นผม เนื้อบางเบา ไม่ทิ้งความมัน และอ่อนโยน ส่วนผสมที่คุณเลือกมามีความเหมาะสมกับคุณสมบัติที่ต้องการค่ะ

ส่วนผสมหลักที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมและหนังศีรษะในสูตรของคุณ ได้แก่:

  • Sandal Pentanol (Sandalore): มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าสามารถช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้
  • Biotin Express™: ช่วยเร่งการงอกของเส้นผม ลดการหลุดร่วง และทำให้รากผมแข็งแรง
  • Hydro Protein (Soy, Oat, Wheat, Maize Protein): ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผมที่แห้งเสีย
  • Melatonin Forte™: มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการงอกของเส้นผมและลดการหลุดร่วง
  • Coffee Extract: ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งส่งผลดีต่อการลดการหลุดร่วงและเสริมความแข็งแรงให้รากผม

ส่วนผสมอื่นๆ ในสูตรก็มีบทบาทสำคัญเช่นกันค่ะ:

  • 1,2-Hexanediol: เป็นตัวทำละลาย ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และเสริมประสิทธิภาพของสารกันเสีย นอกจากนี้ยังช่วยนำพาส่วนผสมอื่นๆ เข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น
  • Mild Preserved Eco™: เป็นสารช่วยยับยั้งเชื้อที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ช่วยให้สูตรคงตัวและไม่เสีย
  • Light Lotion Maker: เป็นสารประสานเนื้อ (Emulsifier) ที่เหมาะสำหรับทำสูตรเนื้อบางเบาแบบสเปรย์ ช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้
  • Dimethicone 1Secs: ซิลิโคนที่ระเหยเร็ว ให้ความรู้สึกนุ่มลื่น ไม่เหนอะหนะ ซึ่งตรงกับความต้องการเนื้อสัมผัสที่บางเบาของคุณค่ะ

การใช้ Dimethicone 1Secs

สำหรับปริมาณของ Dimethicone 1Secs ที่จะใช้เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่บางเบาและไม่เหนอะหนะในรูปแบบสเปรย์ แนะนำให้ใช้ที่ความเข้มข้น 1-2% ค่ะ ปริมาณนี้จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกนุ่มลื่น และแห้งเร็ว

ข้อควรพิจารณาและคำแนะนำเพิ่มเติม

  1. การป้องกันแสง UV: ทั้ง Biotin Express™ และ Melatonin Forte™ มีความไวต่อแสง UV และอาจเสื่อมสภาพได้เมื่อโดนแสงแดดโดยตรง แนะนำอย่างยิ่งให้เติมสารป้องกันแสง UV (UV Filter) เพื่อช่วยปกป้องส่วนผสมเหล่านี้และคงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ค่ะ สารป้องกันแสง UV ที่ละลายน้ำได้ เช่น Benzophenone-4 ที่ความเข้มข้น 0.5-1.0% เหมาะสำหรับสูตรนี้ค่ะ
  2. ความคงตัวของสเปรย์: แม้ว่า Light Lotion Maker จะเหมาะสำหรับสูตรสเปรย์ แต่การทำสเปรย์ให้คงตัวโดยไม่แยกชั้น มักจะต้องใช้สารประสานเนื้อหลายชนิดร่วมกัน และอาจต้องมีสารเพิ่มความหนืดเล็กน้อยเพื่อช่วยให้เนื้อสูตรไม่แยกกัน ข้อมูลของ Light Lotion Maker แนะนำให้ใช้ Light Lotion Maker (3-4%) ร่วมกับ Polysorbate 80 (1%) และ Xanthan Gum (ประมาณ 0.2%) สำหรับสูตรสเปรย์โดยเฉพาะ สูตรที่คุณเสนอยังใช้ Light Lotion Maker ที่ 2% และไม่มี Polysorbate 80 หรือ Xanthan Gum ซึ่งอาจทำให้สูตรแยกชั้นได้ค่ะ สูตรตามรายการที่คุณให้มาสามารถผสมได้ แต่คุณอาจจะต้องเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง หรืออาจจะเกิดการแยกชั้นได้ หากต้องการความคงตัวที่ดีขึ้นในรูปแบบสเปรย์ แนะนำให้ปรับปริมาณ Light Lotion Maker และเพิ่ม Polysorbate 80 กับ Xanthan Gum ตามคำแนะนำค่ะ
  3. การละลายของ Melatonin: Pure-Melatonin™ ละลายได้ในไกลคอลบางชนิด (เช่น 1,3-Propanediol) และน้ำมันบางชนิด แม้ว่า 1,2-Hexanediol จะเป็นไกลคอล แต่ความสามารถในการละลาย Melatonin อาจแตกต่างกันไป ควรแน่ใจว่า Melatonin ละลายหมดหรือกระจายตัวได้ดีมากก่อนนำไปผสมกับส่วนผสมหลักค่ะ
  4. บรรจุภัณฑ์: เนื่องจาก Melatonin มีความไวต่ออากาศและความร้อน และ Biotin มีความไวต่อแสง ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปควรบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทและทึบแสง (ไม่ควรใช้ขวดแก้วใสหรือพลาสติกใส) เพื่อช่วยรักษาความเสถียรของส่วนผสมและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ค่ะ

วิธีผสม (ตามรายการส่วนผสมที่คุณให้มา + ปริมาณ Dimethicone 1Secs และ UV Filter ที่แนะนำ)

สมมติว่าคุณต้องการทำผลิตภัณฑ์ปริมาณรวม 100% คุณจะต้องเติมน้ำสะอาดส่วนที่เหลือเพื่อให้ครบ 100% หลังจากรวมส่วนผสมอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว

  1. ส่วนน้ำ (Water Phase): ในบีกเกอร์ที่สะอาด ใส่ส่วนของน้ำสะอาดตามปริมาณที่คำนวณไว้ เติม Biotin Express™ (1%), Hydro Protein (1%), Coffee Extract (3%), 1,2-Hexanediol (4%), Mild Preserved Eco™ (1%), และ Benzophenone-4 (เช่น 0.5-1%) หากต้องการเพิ่ม คนหรือผสมเบาๆ จนส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากัน หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงกว่า 60°C ในขั้นตอนนี้เพื่อรักษาสภาพของ Biotin และ Hydro Protein
  2. ส่วนน้ำมัน/ซิลิโคน (Oil/Silicone Phase): ในบีกเกอร์อีกใบ ผสม Sandal Pentanol (5%), Light Lotion Maker (2%), และ Dimethicone 1Secs (เช่น 1%) คนให้เข้ากัน หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงกว่า 40°C เพื่อรักษาสภาพของ Sandal Pentanol
  3. การทำอิมัลชัน (Emulsification): ค่อยๆ เทส่วนน้ำมัน/ซิลิโคน ลงในส่วนน้ำช้าๆ ขณะที่คนหรือปั่นด้วยเครื่อง Homogenizer หรือเครื่องผสมความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง จนได้เนื้ออิมัลชันที่เป็นเนื้อเดียวกัน เนื่องจาก Light Lotion Maker สามารถใช้แบบ Cold Process ได้ การผสมที่อุณหภูมิห้องจึงเหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องส่วนผสมที่ไวต่อความร้อน
  4. เติม Melatonin: แยกละลาย Melatonin Forte™ (1%) ในตัวทำละลายที่เหมาะสมปริมาณน้อยๆ (เช่น 1,3-Propanediol หากมี) หรือกระจายตัวให้เข้ากันดีในเนื้ออิมัลชันที่ผสมเสร็จแล้วปริมาณเล็กน้อย จากนั้นเติมส่วนนี้ลงในส่วนผสมหลักทั้งหมด และคนเบาๆ จนเข้ากันดี พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศเป็นเวลานานในขั้นตอนนี้
  5. ปรับค่าสุดท้าย: ตรวจสอบค่า pH ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ค่า pH ที่แนะนำสำหรับ Biotin Express™ คือ 4.5-9 และสำหรับ Melatonin Forte™ คือ 4-10 ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม (โดยทั่วไป 4.5-6.5 เหมาะสำหรับหนังศีรษะ) เติมน้ำส่วนที่เหลือเพื่อให้ครบ 100% ของปริมาณรวม
  6. การบรรจุ: บรรจุสเปรย์ที่ผสมเสร็จแล้วลงในขวดสเปรย์ที่ปิดสนิทและทึบแสง

หมายเหตุสำหรับความคงตัวของสเปรย์: ดังที่กล่าวไป เพื่อให้ได้สเปรย์ที่คงตัวมากขึ้นและไม่จำเป็นต้องเขย่าก่อนใช้ทุกครั้ง ลองพิจารณาปรับปริมาณ Light Lotion Maker เป็น 3-4% และเพิ่ม Polysorbate 80 (1%) กับ Xanthan Gum (0.2%) โดยกระจาย Xanthan Gum ในส่วนน้ำมัน/ซิลิโคนพร้อมกับ Light Lotion Maker และ Polysorbate 80 ก่อนนำไปผสมกับส่วนน้ำค่ะ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-24

คำตอบเดิมยังใช้เป็นแนวทางได้โดยรวม แต่ขอปรับ/เสริมข้อมูลปัจจุบันก่อนทำจริงหรือจำหน่ายดังนี้ค่ะ

  1. ส่วนผสมที่ระบุรวมกันได้ประมาณ 20% เท่านั้น จึงต้องเติมน้ำหรือเบสชนิดน้ำที่เหมาะสมอีกประมาณ 80% เพื่อให้ครบ 100%
  2. หากต้องการสเปรย์หนังศีรษะที่เบาและไม่มัน แนะนำให้เริ่ม Dimethicone 1Secs ที่ 0.5–1.0% ก่อน หากต้องการความลื่นเพิ่มสามารถทดลองที่ 1–2% ได้ แต่ระดับสูงขึ้นอาจมีผลต่อความรู้สึกหลังใช้และความคงตัวของอิมัลชัน
  3. Light Lotion Maker 2% อย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับสูตรสเปรย์ที่มีส่วนผสมกลุ่มน้ำมัน/ซิลิโคนหลายตัว แนะนำให้ทดสอบ Light Lotion Maker 3–4% ร่วมกับ Polysorbate 80 1% และ Xanthan Gum ประมาณ 0.10–0.20% หากใช้หัวสเปรย์แบบละอองละเอียด ควรเริ่ม Xanthan Gum ประมาณ 0.10–0.15% ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงหัวสเปรย์ตัน แล้วค่อยเพิ่มเฉพาะเมื่อพบการแยกชั้น
  4. ส่วนผสมกลุ่ม Biotin และ Melatonin ควรป้องกันแสงและอากาศ จึงควรใช้บรรจุภัณฑ์ทึบแสงและปิดสนิท การเติม Benzophenone-4 หรือระบบช่วยป้องกันแสง UV อื่นสามารถพิจารณาได้ แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ และควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของสูตร ข้อกำหนดของตลาดที่จะจำหน่าย และแนวทางการเคลมก่อนใช้
  5. ปรับ pH สุดท้ายหลังผสมครบให้อยู่ประมาณ 4.5–6.5 หากพบว่า Melatonin ขุ่นหรือตกผลึก ให้ทดลองชุดเล็กกับ co-solvent ที่เหมาะสม เช่น 1,3-Propanediol ก่อนปรับสูตรจริงทั้งหมด
  6. เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์หนังศีรษะแบบ leave-on ที่มีน้ำเป็นหลัก ควรทดสอบความคงตัว ทดสอบหัวสเปรย์ ทดสอบการระคายเคือง/patch test และทดสอบประสิทธิภาพระบบกันเสียก่อนจำหน่าย
  7. การสื่อสารควรใช้ถ้อยคำเชิงเครื่องสำอาง เช่น “ช่วยบำรุงหนังศีรษะ” “ช่วยให้รากผมดูแข็งแรงขึ้น” “ช่วยลดการหลุดร่วงจากเส้นผมอ่อนแอ/เปราะขาดง่าย” หรือ “ช่วยให้ผมดูหนาและสุขภาพดีขึ้น” หลีกเลี่ยงการเคลมลักษณะยา เช่น รักษาโรคผมร่วง แก้ผมร่วง หรือทำให้ผมงอกใหม่ทางคลินิก เว้นแต่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปผ่านการทดสอบและขึ้นทะเบียนรองรับการเคลมนั้นแล้ว

Spray Maker™ สามารถพิจารณาเป็นแนวทางปรับสูตรใหม่แยกต่างหากได้ หากระบบ Light Lotion Maker เดิมไม่ผ่านการทดสอบความคงตัวหรือการสเปรย์ แต่ไม่ควรใช้แทนกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยไม่ปรับกระบวนการค่ะ

เอกสารอ้างอิงสำหรับเหตุผลระดับส่วนผสมเท่านั้น: Fischer et al., International Journal of Trichology, 2012;4(4):236–245, PMID: 23766606. Chéret et al., Nature Communications, 2018;9:3624, DOI: 10.1038/s41467-018-05973-0.