วิธีแก้ปัญหาสีขาวลอยที่ผิวหน้าของสูตรรองพื้น

ถามโดย: yvonne.hau เมื่อ: April 29, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ขอสอบถามเกี่ยวกับการใช้ Titanium Dioxide 400nm WaterProof™ (Super Coverage) ในสูตรรองพื้น โดยได้นำไปกระจายตัวร่วมกับเม็ดสีในน้ำมันแล้ว แต่ยังพบปัญหาสีขาวลอยขึ้นมาที่บริเวณผิวหน้าของผลิตภัณฑ์ ไม่ทราบว่ามีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนการผสม:

  • ผสมส่วนน้ำและส่วนน้ำมันด้วยเครื่องกวนใบพัด (Overhead stirrer)
  • เติมส่วนน้ำลงในส่วนน้ำมัน
  • ใช้เครื่องโฮโมจีไนซ์ (Homogenizer) ปั่นเป็นเวลา 5 นาที
  • นำกลับไปกวนด้วยเครื่องกวนใบพัดเพื่อเติมสารกันเสียและส่วนผสมสองลำดับสุดท้าย

คำตอบ

ปัญหาการเกิดคราบขาวหรือสีขาวลอยที่ผิวหน้าของรองพื้น มักเกิดจาก การแยกตัวของเม็ดสี (Pigment Separation) หรือ การกระจายตัวของผงแป้งที่ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะส่วนผสมที่เป็นผงซึ่งเติมลงไปในขั้นตอนสุดท้ายครับ

สาเหตุที่เป็นไปได้และแนวทางแก้ไข

  1. การเลือกใช้ Titanium Dioxide ไม่เหมาะสมกับรูปแบบผลิตภัณฑ์:
    Titanium Dioxide 400nm WaterProof™ (Super Coverage) ที่คุณใช้ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในแป้งพัฟ (Compact/Pressed Powder) เพื่อให้การปกปิดสูงสุดและเกาะติดผิวได้ดี แต่ในสูตรครีมรองพื้น (W/O หรือ W/Si Emulsion) เกรดนี้อาจรักษาสเถียรภาพได้ยากกว่า และอาจเกิดการตกตะกอนหรือลอยตัวหากกระจายตัวไม่ดีพอ

    • แนวทางแก้ไข: แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้เกรดที่ออกแบบมาสำหรับรองพื้นชนิดน้ำโดยเฉพาะ เช่น Titanium Dioxide FoundationPro™ ซึ่งมีการเคลือบผิวด้วย Isopropyl Titanium Triisostearate ช่วยให้กระจายตัวและมีความเสถียรสูงกว่าในสูตรรองพื้นของเหลว
  2. การเติมผงแป้งในขั้นตอนสุดท้ายโดยไม่ใช้เครื่องโฮโมจีไนซ์:
    คุณมีการเติม Polymethylsilsesquioxane และ Aluminum Starch Octenylsuccinate (รวมกันถึง 6%) ในขั้นตอนสุดท้ายโดยใช้เพียงใบพัดกวน (Overhead stirrer) ผงเหล่านี้มีน้ำหนักเบาและละเอียดมาก การกวนด้วยใบพัดปกติมักไม่เพียงพอที่จะทำให้ผง "เปียก" และผสมเข้ากับเนื้ออิมัลชันที่ข้นแล้วได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผงลอยตัวขึ้นมาที่ผิวหน้า

    • แนวทางแก้ไข: ควรย้ายผงแป้งเหล่านี้ไปผสมในส่วนของน้ำมัน (Oil Phase) และปั่นด้วยโฮโมจีไนซ์พร้อมกับเม็ดสีตั้งแต่แรก หรือหากจำเป็นต้องเติมตอนท้าย ต้องใช้เครื่องโฮโมจีไนซ์ ปั่นซ้ำเพื่อให้เนื้อเข้ากันสนิท
  3. การกระจายตัวของเม็ดสีในส่วนน้ำมัน:
    แม้ว่าในสูตรจะมี Lauryl PEG-10 Tris(Trimethylsiloxy)silylethyl Dimethicone ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งตัวประสานและตัวช่วยกระจายเม็ดสี แต่เม็ดสีต้องการแรงเฉือนสูง (High Shear) เพื่อแตกตัว

    • แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปั่น Titanium Dioxide และเม็ดสีสีต่างๆ ในส่วนผสมน้ำมัน (เช่น C12-15 Alkyl Benzoate, Diisostearyl Malate) ด้วยเครื่องโฮโมจีไนซ์อย่างน้อย 10-15 นาทีก่อนเริ่มการสร้างอิมัลชัน
  4. ความเสถียรในการพยุงเม็ดสี (Suspension):
    ในสูตรมี Disteardimonium Hectorite ซึ่งช่วยพยุงเม็ดสีได้ดีมากอยู่แล้ว แต่ถ้ายังมีสีขาวลอยขึ้นมา แสดงว่าโครงสร้างการพยุงในส่วนน้ำมันยังไม่แข็งแรงพอ

    • แนวทางแก้ไข: ต้องมั่นใจว่า Hectorite ได้รับแรงเฉือนจากเครื่องโฮโมจีไนซ์ที่เพียงพอเพื่อให้เกิดการ "Activate" สร้างโครงข่ายที่สมบูรณ์ในการยึดจับเม็ดสีไม่ให้แยกตัว

ข้อแนะนำในการปรับลำดับการผสม

  1. ผสมส่วนน้ำมันทั้งหมด รวมถึงเม็ดสีและผงแป้งขาวทุกชนิด (Polymethylsilsesquioxane และ Aluminum Starch Octenylsuccinate) เข้าด้วยกัน
  2. ใช้เครื่องโฮโมจีไนซ์ปั่นส่วนผสมน้ำมันและผงต่างๆ ด้วยความเร็วสูงจนกระจายตัวเนียนละเอียด
  3. ค่อยๆ เติมส่วนน้ำลงในส่วนน้ำมันขณะที่กำลังกวน
  4. ใช้เครื่องโฮโมจีไนซ์ปั่นอิมัลชันที่ได้อีก 5-10 นาที เพื่อความละเอียดและความเสถียรสูงสุด
  5. เติมสารกันเสียในขั้นตอนสุดท้ายและกวนให้เข้ากันเบาๆ