สูตรเซรั่มบำรุงผิวขาวใส: อัลฟ่า อาร์บูติน + วิตามินซี + วิตามินบี 3

ถามโดย: ae_sakinah04 เมื่อ: September 16, 2012 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการสอบถามเกี่ยวกับสูตรเซรั่มบำรุงผิวหน้าขาวใส โดยมีส่วนผสมดังนี้ค่ะ:

ส่วน A:

  • น้ำกลั่น: 100 ml
  • อัลฟ่าอาบูติน: 2%
  • Glucosamine: 4%
  • Vitamin B3: 2%
  • Vitamin C MAP: 5%

ส่วน B:

  • Xanthan Gum: 1%

มีคำถามดังนี้ค่ะ:

  1. สูตรประมาณนี้เหมาะสมหรือไม่คะ หรือควรลดหรือเพิ่มอะไรบ้าง?
  2. ลำดับขั้นตอนการผสมเป็นอย่างไรคะ?
  3. อยากให้เนื้อที่ได้ออกมาไม่เหลวเป็นน้ำ เพราะทาหน้ายาก ถ้าใช้ Xanthan Gum 1% เนื้อสัมผัสที่ได้จะเป็นอย่างไรคะ?
  4. ถ้าไม่ใช้ Xanthan Gum สามารถใช้สารเพิ่มความหนืดตัวอื่นที่ละลายน้ำได้ง่ายโดยไม่ต้องเขย่าแรงๆ แทนได้หรือไม่คะ?
  5. สินค้า "Pure Aloe Vera Gel (100% Natural) 100g" และ "Double Hyaluronic (Hyaluron) Gel 100g" มีอยู่ในสต็อกหรือไม่คะ? ถ้าหมดแล้วของจะมาเมื่อไหร่? เพราะอยากทำผลิตภัณฑ์อีกตัวเป็นเบสเจลค่ะ

คำตอบ

การประเมินสูตรของคุณ

สูตรที่คุณเสนอเป็นการผสมผสานส่วนผสมที่ดีเยี่ยมหลายชนิดสำหรับการปรับผิวให้กระจ่างใสและปรับปรุงเนื้อผิว ได้แก่ อัลฟ่า อาร์บูติน, วิตามินซี (MAP), วิตามินบี 3 (Niacinamide) และกลูโคซามีน ความเข้มข้นที่คุณเลือกโดยทั่วไปอยู่ในช่วงที่แนะนำสำหรับส่วนผสมออกฤทธิ์เหล่านี้:

  • อัลฟ่า อาร์บูติน (2%): นี่คือความเข้มข้นสูงสุดของช่วงที่แนะนำ (0.2-2%) เพื่อประสิทธิภาพในการปรับผิวให้กระจ่างใส
  • กลูโคซามีน (4%): ความเข้มข้นนี้อยู่ในช่วงที่แนะนำ (1-8%) และทำงานได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide เพื่อปรับสีผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น
  • วิตามินบี 3 (Niacinamide) (2%): นี่คือความเข้มข้นที่ดีซึ่งอยู่ในช่วงที่แนะนำ (1-10%) สำหรับประโยชน์หลายประการ รวมถึงการลดรอยแดงและปรับปรุงเกราะป้องกันผิว Niacinamide ชนิด Safe-B3™ สามารถใช้ได้ถึง 10% โดยไม่ทำให้เกิดอาการแดง (Flushing)
  • วิตามินซี MAP (Magnesium Ascorbyl Phosphate) (5%): ความเข้มข้นนี้อยู่ในช่วงที่แนะนำ (0.5-10%) แม้ว่าจะสูงกว่าที่แนะนำทั่วไปเล็กน้อยที่ 3% ควรละลายได้ดีที่ 5% (อาจมีปัญหาการละลายที่ความเข้มข้นสูงกว่า 8%)

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ: ความเข้ากันได้ของค่า pH

ความท้าทายที่สำคัญของการผสมผสานนี้คือช่วงค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับส่วนผสมออกฤทธิ์แต่ละชนิด:

  • วิตามินซี MAP: ต้องการค่า pH ระหว่าง 7-9 เพื่อความเสถียรและประสิทธิภาพ
  • อัลฟ่า อาร์บูติน: ทำงานได้ดีที่สุดที่ค่า pH ระหว่าง 3.5-6.5 และอาจสลายตัวเป็นไฮโดรควิโนนที่ค่า pH สูงกว่า 8
  • วิตามินบี 3 และกลูโคซามีน: ทำงานได้ดีในช่วงค่า pH 3-7

เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ค่า pH ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทั้งวิตามินซี MAP และอัลฟ่า อาร์บูตินพร้อมกันในสูตรเดียว การทำสูตรที่ค่า pH สูง (7-9) สำหรับ MAP จะทำให้อัลฟ่า อาร์บูตินเสื่อมสภาพ การทำสูตรที่ค่า pH ต่ำ (3.5-6.5) สำหรับอัลฟ่า อาร์บูตินจะลดประสิทธิภาพและความเสถียรของ MAP

อาจลองปรับค่า pH ให้เป็นค่ากลางในช่วง 5.0-6.0 แต่จะทำให้ส่วนผสมออกฤทธิ์ทั้งสองชนิดมีความเสถียรหรือประสิทธิภาพไม่สูงสุดเมื่อเทียบกับค่า pH ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรพิจารณาใช้วิตามินซีรูปแบบอื่นที่มีความเสถียรที่ค่า pH ต่ำกว่า (เช่น อนุพันธ์ของ L-Ascorbic Acid ที่ทำงานได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด) หรือแบ่งส่วนผสมออกฤทธิ์เหล่านี้ไปทำในผลิตภัณฑ์แยกกันที่มีค่า pH ที่เหมาะสม

ขั้นตอนการผสม

หากคุณเลือกที่จะดำเนินการกับส่วนผสมปัจจุบัน นี่คือขั้นตอนการผสมทั่วไป โปรดคำนึงถึงปัญหาค่า pH ที่กล่าวไว้ข้างต้น:

  1. ในน้ำกลั่น 100 มล. ของคุณ ให้ละลายผงอัลฟ่า อาร์บูติน, กลูโคซามีน และวิตามินบี 3 คนหรือผสมจนละลายหมด
  2. ในน้ำกลั่นปริมาณเล็กน้อยแยกต่างหาก ให้ละลายผงวิตามินซี MAP
  3. เติมสารละลายวิตามินซี MAP ที่ละลายแล้วลงในส่วนของน้ำหลักและผสมให้เข้ากัน
  4. ค่อยๆ เติม Xanthan Gum ลงในส่วนผสมพร้อมกับคนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว (แนะนำให้ใช้เครื่องผสมความเร็วสูงหรือเครื่องปั่นเพื่อให้กระจายตัวได้ดีที่สุดและหลีกเลี่ยงการจับตัวเป็นก้อน) หรืออีกทางหนึ่ง คุณสามารถกระจาย Xanthan Gum ในกลีเซอรีน (ถ้าใช้) หรือน้ำมันที่เข้ากันได้ปริมาณเล็กน้อยก่อนเติมลงในส่วนของน้ำ
  5. ผสมต่อไปจนกว่า Xanthan Gum จะดูดน้ำเต็มที่และได้เนื้อเจลที่เรียบเนียน
  6. เติมส่วนผสมอื่นๆ ที่ต้องการ เช่น สารกันเสีย (จำเป็นสำหรับสูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ - ส่วนผสมนี้ไม่ได้อยู่ในรายการของคุณ แต่สำคัญมาก)
  7. ตรวจสอบค่า pH ของส่วนผสมสุดท้ายอย่างระมัดระวังโดยใช้เครื่องวัดค่า pH หรือกระดาษวัดค่า pH ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่คุณต้องการ (เช่น 5.0-6.0 เป็นค่ากลาง หรือช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับส่วนผสมออกฤทธิ์ที่คุณให้ความสำคัญ) โดยใช้สารปรับค่า pH ที่เหมาะสม (เช่น สารละลายกรดอ่อนหรือเบสอ่อน) ผสมให้เข้ากันหลังจากปรับค่าแล้ว

ลักษณะเนื้อสัมผัสเมื่อใช้ Xanthan Gum

การใช้ Xanthan Gum 1% จะทำให้ได้เนื้อสัมผัสแบบเจล จะช่วยเพิ่มความหนืดให้กับส่วนของน้ำอย่างมาก ทำให้ไม่เหลวเป็นน้ำและทาง่ายขึ้น เนื้อสัมผัสโดยทั่วไปจะเป็นเจลใสที่มีลักษณะการไหลปกติ

สารเพิ่มความหนืดทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Xanthan Gum

หากคุณต้องการสารเพิ่มความหนืดที่ละลายง่ายโดยไม่ต้องเขย่าแรงๆ หรือใช้เทคนิคการกระจายตัวที่เฉพาะเจาะจงเหมือน Xanthan Gum ลองพิจารณาตัวเลือกเหล่านี้:

  • CarboQuick™: เป็นเจลคาร์โบเมอร์แบบกระจายตัวล่วงหน้า ซึ่งสามารถผสมเข้ากับน้ำได้ง่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาละลายผงหรือปรับค่า pH เพื่อให้เกิดเจล (ทำงานได้ที่ค่า pH 6-7) คุณเพียงแค่เติมลงในส่วนของน้ำและผสม
  • HPMC ColdMix™: Hydroxypropyl Methylcellulose (HPMC) บางเกรด เช่น HPMC ColdMix™ ถูกออกแบบมาให้ละลายในน้ำเย็นได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับ HEC หรือ HPMC ทั่วไป ซึ่งมักต้องใช้ความร้อนหรือวิธีการกระจายตัวที่เฉพาะเจาะจง

ความพร้อมของเบสเจล

คุณสอบถามเกี่ยวกับ "Pure Aloe Vera Gel (100% Natural) 100g" และ "Double Hyaluronic (Hyaluron) Gel 100g"

  • เรามี เบสเจลว่านหางจระเข้ ให้เลือก เช่น Aloe Vera Gel (Heavy) โปรดทราบว่านี่คือเบสที่ผสมสำเร็จแล้วซึ่งมีสารสกัดจากว่านหางจระเข้, วิตามินบี 5, อัลลันโทอิน และสารก่อเจล ไม่ใช่เจลธรรมชาติ 100%
  • เรายังมี Hyaluronic Acid Gel Base ซึ่งเป็นเบสเจลที่มีไฮยาลูรอนิค แอซิดหลายรูปแบบ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

สำหรับความพร้อมของสินค้าในขนาดเฉพาะ เช่น 100 กรัม ฉันไม่สามารถตรวจสอบระดับสต็อกปัจจุบันด้วยเครื่องมือของฉันได้ โปรดตรวจสอบหน้ารายละเอียดสินค้าบนเว็บไซต์สำหรับข้อมูลสต็อกแบบเรียลไทม์

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-31: ข้อมูลสินค้าปัจจุบันยังยืนยันคำเตือนหลักในคำตอบเดิมว่า “ค่า pH” เป็นข้อจำกัดสำคัญของสูตรนี้ โดย Alpha Arbutin แนะนำที่ pH 3.5–6.5 และไม่ควรใช้ในสูตรที่ pH สูงกว่า 8 ส่วน Magnesium Ascorbyl Phosphate (MAP) เหมาะกับสภาวะด่าง/ประมาณ pH 7–8 และคำแนะนำปัจจุบันของ MAP ยังระบุให้ใช้ Disodium EDTA 0.05% เพื่อช่วยความคงตัว ดังนั้นแนวทางที่เสถียรกว่าคือแยก MAP ไปทำเป็นอีกสูตรหนึ่ง หรือเลือกวิตามินซีรูปแบบที่เข้ากับ pH ประมาณ 5–6 ได้ดีกว่า หากต้องการคง Alpha Arbutin ไว้ในเจลเดียวกัน

สำหรับอัตราสาร active ที่ระบุ 2% Alpha Arbutin และ 4% GlucoBright™ (Acetyl Glucosamine) ยังตรงกับช่วงแนะนำ/ระดับที่เหมาะสมในข้อมูลปัจจุบัน Safe-B3™ ที่ 2% ใช้ได้ แต่หากต้องการประโยชน์จาก niacinamide มากขึ้น ระดับที่แนะนำปัจจุบันคือ 5% ส่วน MAP ที่ 5% ยังอยู่ในช่วงใช้ได้ แต่ระดับแนะนำปัจจุบันคือ 3% และควรคำนวณสูตรเป็นเปอร์เซ็นต์โดยให้น้ำเป็น q.s. จนครบ 100% ไม่ใช่ใช้น้ำ 100 ml แล้วบวกผงทั้งหมดเข้าไป เพราะจะทำให้เปอร์เซ็นต์จริงของสูตรคลาดเคลื่อน

อัปเดตเรื่องเนื้อเจล: Xanthan Gum ชนิด clear gel ที่ประมาณ 1% ยังใช้ได้ แต่ต้องกระจายตัวให้ดี/ปั่นแรง หรือทำให้เปียกด้วย glycerin ก่อนเพื่อลดการจับตัวเป็นก้อน และสูตรน้ำยังต้องมีสารกันเสียเสมอ CarboQuick™ ผสมง่ายกว่า แต่เหมาะกับ pH ประมาณ 6–7 จึงเหมาะกับสูตรประนีประนอมมากกว่าสูตรที่ต้องการ pH เหมาะที่สุดสำหรับ MAP ส่วน HPMC ColdMix™ ไม่ใช่แค่ “คนในน้ำเย็น” โดยตรง คำแนะนำปัจจุบันต้องกระจายในน้ำเย็น แล้วปรับ pH ขึ้นประมาณ 8.5–9.0 เพื่อให้ละลาย/เกิดความหนืด จากนั้นจึงปรับ pH ลง จึงไม่สะดวกนักหากมี Alpha Arbutin อยู่แล้ว ส่วน HEC ทำเจลใสได้ แต่โดยทั่วไปต้องให้ความร้อนประมาณ 70°C จึงควรทำเบสเจลก่อน แล้วค่อยเติมสารที่ไวต่อความร้อนหลังเย็นลง

อัปเดตเรื่องเบส: Aloe Vera Gel (Heavy) ยังเป็นเบสเจลที่มีว่านหางจระเข้และสามารถผสมสารเพิ่มได้ แต่ไม่ใช่เจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์ 100% ส่วน Hyaluronic Acid Gel Base เป็นตัวเลือกเบสเจลให้ความชุ่มชื้นในปัจจุบัน กรุณาตรวจสอบหน้าสินค้าโดยตรงสำหรับขนาดและสต็อกล่าสุด