สูตรและสารตั้งต้นสำหรับทรีทเม้นท์และแชมพูเปลี่ยนสีผมกึ่งถาวร
คำถาม
ขอสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสูตรและสารตั้งต้นสำหรับ:
- ทรีทเม้นท์เปลี่ยนสีผม
- แชมพูเปลี่ยนสีผม
สำหรับผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent) ครับ/ค่ะ
คำตอบ
สูตรและสารตั้งต้นสำหรับทรีทเม้นท์และแชมพูเปลี่ยนสีผม
ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent) ทั้งในรูปแบบทรีทเม้นท์และแชมพู มักประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ สารให้สี และ เบสของผลิตภัณฑ์ (แชมพูหรือทรีทเม้นท์/ครีมนวด)
1. สารให้สี (Coloring Agents)
สำหรับผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมแบบกึ่งถาวร นิยมใช้กลุ่มสีประเภท Direct Dyes ซึ่งเป็นสีที่สามารถเกาะติดบนเส้นผมได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้สารฟอกสี (developer) ตัวอย่างสารให้สีกลุ่มนี้ได้แก่:
- Basic Red 51: เป็นสีแดงม่วง
- Acid Red 33: เป็นสีแดงเข้ม
- HC Blue 7: เป็นสีน้ำเงิน
ข้อควรระวังในการใช้ Direct Dyes คือ สีกลุ่มนี้มักมีประจุบวกหรือเป็นกรด ซึ่งอาจไม่เข้ากันได้ดีกับสารลดแรงตึงผิว (surfactants) ที่มีประจุลบ (anionic) ในสูตรแชมพู ดังนั้น ควรเลือกใช้สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ (non-ionic) หรือชนิด Amphoteric เพื่อให้สีติดผมได้ดีขึ้นและไม่ตกตะกอน
2. เบสของผลิตภัณฑ์ (Product Base)
- สำหรับแชมพูเปลี่ยนสีผม: สามารถใช้เบสแชมพูที่ออกแบบมาสำหรับสีผมกึ่งถาวรโดยเฉพาะ เช่น Semi-Permanent Hair Color Shampoo Base ซึ่งเป็นเบสพร้อมใช้ที่ผสมสีลงไปได้เลยในอัตราส่วนที่แนะนำ หรืออาจใช้เบสแชมพูอื่นๆ เช่น SweetWash™ Hair (Shampoo Foaming Base Built-in fixative) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้กลิ่นหอมติดผมได้ดีขึ้น แต่ต้องนำมาเจือจางก่อนใช้และอาจต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับชนิดของสีที่ใช้
- สำหรับทรีทเม้นท์/ครีมนวดเปลี่ยนสีผม: ใช้เบสครีมนวดผม หรือสร้างเบสขึ้นมาโดยใช้สารคอนดิชั่นนิ่ง (conditioning agents) เพื่อให้ผมนุ่มลื่นและช่วยให้สีเกาะติดผมได้ดีขึ้น ตัวอย่างสารคอนดิชั่นนิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้แก่ Silicone Hi-Cond, Poly-Conditioner 53 (Polyquaternium-53), หรือ Hair-Cond™ 0949
3. สารช่วยให้สีติดผม (Color Fixative)
เพื่อช่วยให้สีผมกึ่งถาวรติดทนบนเส้นผมได้ดียิ่งขึ้นและสีไม่หลุดง่ายเมื่อสระผม สามารถเติมสารช่วยให้สีติดผม เช่น ColorFix™ (helps hair color stick better) ลงในสูตรได้ โดยเฉพาะในสูตรแชมพูเปลี่ยนสีผม
ในการพัฒนาสูตร ควรทดสอบความเข้ากันได้ของส่วนผสมต่างๆ และประสิทธิภาพของสีบนเส้นผมประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามต้องการ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026
ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ
อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 2026-05-24
คำแนะนำเดิมยังถูกต้องโดยรวม: แชมพู/ทรีทเม้นท์เปลี่ยนสีผมแบบกึ่งถาวรมักใช้สี Direct Dye หรือสี Semi-Permanent และไม่ต้องใช้เปอร์ออกไซด์/Developer ปัจจุบันมีตัวเลือกในแคตตาล็อกเพิ่มขึ้น เช่น Semi-Permanent Hair Color Shampoo Base และกลุ่มสีสำเร็จรูป Semi-Permanent Hair Colorant หลายเฉด จึงสามารถเริ่มพัฒนาสูตรได้ง่ายขึ้นโดยทดลองใช้เบสแชมพูนี้ร่วมกับสีสำเร็จรูปที่ต้องการ แทนการผสมสีจากผงสีเดี่ยวเท่านั้น
ข้อควรระวังด้านสูตร: สำหรับสีชนิดประจุบวก/Basic Dyes เช่น Basic Red 51, Basic Blue 99, Basic Blue 9 หรือ Basic Brown 16 / SemiColor - Red Brown ไม่ควรใช้กับระบบแชมพูที่เป็น Anionic แรง ๆ เว้นแต่ทดสอบแล้วว่าไม่ตกตะกอน ไม่เสียความหนืด สีไม่ดรอป และสีติดผมได้ดี โดยทั่วไปควรเริ่มจากสารทำความสะอาดกลุ่ม Non-ionic หรือ Amphoteric ก่อน สูตรทรีทเม้นท์/ครีมนวดมักให้สีติดเร็วและชัดกว่าแชมพู เพราะสารทำความสะอาดในแชมพูอาจชะสีออกบางส่วน สามารถพิจารณาใช้ ColorFix™ เพื่อช่วยการเกาะติดของสี และ Poly-Conditioner 53 เพื่อช่วยด้านคอนดิชั่นนิ่ง/การคงสี แต่ต้องทดสอบยืนยันในสูตรจริงทุกครั้ง
ก่อนผลิตหรือใช้งานจริง ควรทดสอบปอยผมกับสภาพผมและสีผมตั้งต้นที่ต้องการ และควรทำ Allergy/Patch test ก่อนใช้ สีผมกึ่งถาวรแบบ Direct Dye ไม่สามารถทำให้ผมธรรมชาติสีเข้มสว่างขึ้นได้ สีสดชัดมักต้องใช้กับผมที่ผ่านการฟอกหรือผมสีอ่อน หากต้องการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ต้องตรวจสอบว่าสีทุกตัวที่เลือกใช้ได้รับอนุญาตตามกฎระเบียบสีเครื่องสำอางของประเทศเป้าหมาย และต้องทดสอบ pH ความคงตัว การติดสีผิว/วัสดุ การล้างออก ระบบกันเสีย และความเข้ากันได้กับบรรจุภัณฑ์ของสูตรสุดท้าย