แอมโมเนียมคลอไรด์ใช้ในทางการแพทย์เฉพาะทางมากกว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพทั่วไป โดยมีการใช้งานหลักๆ ดังนี้:
- ใช้รักษาอาการไอที่มีเสมหะ โดยช่วยลดความเหนียวของเสมหะและช่วยให้ขับออกจากทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น
- ใช้เป็นสารปรับกรด-ด่างในร่างกาย โดยให้ทางหลอดเลือดดำเพื่อรักษาภาวะด่างในเลือดสูง (Metabolic alkalosis) และภาวะคลอไรด์ในเลือดต่ำ
- ใช้เป็นยาขับปัสสาวะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการบวมน้ำ โดยมีขนาดยาที่แนะนำคือ 9 กรัมต่อวัน ซึ่งช่วยเพิ่มการขับคลอไรด์ทางไต
- ทำหน้าที่เป็นยาขับเสมหะโดยการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกในหลอดลม ทำให้เกิดการผลิตของเหลวในทางเดินหายใจซึ่งช่วยให้ไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้เป็นสารปรับให้เป็นกรด เนื่องจากเกลือชนิดนี้ทำให้เกิดความเข้มข้นของกรดและไฮโดรเจนไอออนอิสระเพิ่มขึ้น
ข้อควรระวังด้านสุขภาพที่สำคัญ:
- แอมโมเนียมคลอไรด์ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรใช้หากมีโรคไต โรคตับ หรือมีภาวะสูญเสียโซเดียม
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ภาวะเลือดเป็นกรด อาการพิษจากแอมโมเนีย หายใจเร็ว ความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าสมอง กล้ามเนื้อเกร็ง ชัก สับสน ง่วงซึม ผื่น ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ระดับคลอไรด์ในเลือดสูง ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน
- สำคัญมากที่จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใดๆ ที่มีแอมโมเนียมคลอไรด์ เพราะการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
- โดยทั่วไป ขนาดเล็กของแอมโมเนียมคลอไรด์ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่การได้รับไอระเหยของแอมโมเนียมคลอไรด์เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ และระคายเคืองตาได้