Sodium Hexametaphosphate

Food Code: 254844
Sodium Hexametaphosphate (SHMP, E452i) เกรดอาหาร ละลายน้ำได้ ใช้เป็นฟอสเฟตสำหรับจับไอออนโลหะ ช่วยเสถียรภาพเนื้อสัมผัส การอุ้มน้ำของโปรตีน และควบคุมแร่ธาตุในเครื่องดื่ม ควรใช้ในระดับต่ำที่สุดที่ได้ผลตามกฎหมายอาหารท้องถิ่น
฿35.00
gram
ขั้นต่ำ: 0g
ชิ้น
trending_down

อัตรา ราคาต่อหน่วยจะถูกลง เมื่อสั่งซื้อปริมาณที่สูงขึ้น

กรุณากรอกปริมาณที่ต้องการ ระบบจะแสดงราคาโดยอัตโนมัติ

Sodium Hexametaphosphate (SHMP, E452i) เป็นโซเดียมโพลีฟอสเฟตเกรดอาหาร ใช้เป็นสารจับโลหะ สารคีเลต และสารช่วยรักษาเนื้อสัมผัส/เสถียรภาพของระบบอาหารและเครื่องดื่ม ลักษณะเป็นผงสีขาว ละลายน้ำได้ เหมาะกับสูตรที่ต้องควบคุมไอออนโลหะ เพิ่มการทำงานของโปรตีน ช่วยอุ้มน้ำ หรือควบคุมความเสถียรของแร่ธาตุในผลิตภัณฑ์


หน้าที่ในสูตรอาหารแนวทางการใช้โดยทั่วไป*ผลทางเทคนิคบริบทอ้างอิง
1 จับไอออนโลหะมักเริ่มทดสอบในระดับต่ำ เช่น 0.05-0.30% ขึ้นกับสูตรและข้อจำกัดของกฎหมายอาหารในแต่ละประเทศจับแคลเซียม แมกนีเซียม และโลหะปริมาณน้อย ช่วยลดการตกตะกอน การเปลี่ยนสี ปฏิกิริยาออกซิเดชันจากโลหะ และความขุ่นจากแร่ธาตุ21 CFR 182.6760
2 ช่วยโปรตีนและการอุ้มน้ำในระบบเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือโปรตีน มักทดสอบประมาณ 0.1-0.5% โดยต้องคำนวณตามข้อกำหนดฟอสเฟตรวมเพิ่ม ionic strength และช่วยให้โปรตีนที่ละลายในเกลือทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการอุ้มน้ำ yield และเนื้อสัมผัสแนวปฏิบัติของฟอสเฟตในกระบวนการอาหาร
3 เสถียรภาพของนมและอิมัลชันใช้ใน processed cheese ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มครีม หรือระบบอิมัลชัน หลังทดสอบสมดุลแคลเซียมของสูตรจริงช่วยควบคุม calcium activity สนับสนุนการอิมัลซิไฟ และลดความเป็นเม็ดหรือการแยกชั้นในระบบที่เข้ากับฟอสเฟตหน้าที่ของโพลีฟอสเฟต E452i
4 ควบคุมแร่ธาตุในเครื่องดื่มใช้ในระดับต่ำที่สุดที่ให้ผล หลังตรวจ pH ความกระด้าง กระบวนการความร้อน และความใสของผลิตภัณฑ์สุดท้ายช่วยลดตะกรัน ตะกอน และความขุ่นที่เกิดจากไอออนประจุสองในเครื่องดื่มหรือระบบที่มีแร่ธาตุบริบทความปลอดภัยของ EFSA

*ช่วงการใช้ข้างต้นเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาสูตร ไม่ใช่ขีดจำกัดทางกฎหมายแบบครอบคลุมทุกประเทศ สูตรสุดท้ายต้องเป็นไปตามหมวดอาหาร กฎหมายท้องถิ่น ปริมาณฟอสเฟตรวม และหลัก GMP สำหรับการตั้งค่าร้าน ช่วงรับประทานเชิงปฏิบัติตั้งไว้ที่ 50-1000 มก./วัน เพราะวัตถุดิบนี้เป็นสารช่วยกระบวนการ/สารเติมแต่ง มากกว่าสารออกฤทธิ์ด้านสุขภาพโดยตรง



ไฮไลท์เชิงกลไก

  1. การคีเลตของโพลีฟอสเฟต: SHMP จับไอออนประจุสอง โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม ช่วยลดการเชื่อมข้ามของแร่ธาตุ การตกตะกอน และการเสื่อมคุณภาพที่ถูกเร่งด้วยโลหะ
  2. การทำงานของโปรตีน: ในระบบเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และโปรตีนนม ฟอสเฟตช่วยเพิ่ม ionic strength และปรับประจุของโปรตีน ทำให้การอุ้มน้ำ การสกัดโปรตีน และเนื้อสัมผัสดีขึ้น
  3. บัฟเฟอร์และสมดุลแร่ธาตุ: SHMP มีผลต่อระบบบัฟเฟอร์ฟอสเฟตและการควบคุมแคลเซียม ควรปรับ pH ปริมาณแคลเซียม เกลือ และความร้อนร่วมกัน เพราะการใช้มากเกินไปอาจให้รสไม่ดี เนื้อสัมผัสนิ่มเกิน หรือไม่สอดคล้องกับกฎหมาย
  4. ความเข้ากันได้ในกระบวนการ: หากทำได้ควรละลายในน้ำก่อนเติม หรือพรีมิกซ์กับวัตถุดิบแห้งเพื่อลดจุดที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป เติมขณะกวนและตรวจความใส ความหนืด pH และรสชาติหลังผ่านกระบวนการความร้อน/แรงเฉือนจริง


ความปลอดภัยและการใช้งานจริง

  • สถานะด้านกฎระเบียบ: ในสหรัฐอเมริกา sodium hexametaphosphate อยู่ในรายการ GRAS เมื่อใช้ตามหลัก good manufacturing practice ส่วนในสหภาพยุโรปจัดอยู่ในกลุ่มสารเติมแต่งฟอสเฟต (E452i) ซึ่งต้องใช้ตามข้อกำหนดของหมวดอาหาร
  • บริบท ADI: EFSA กำหนดค่า acceptable daily intake แบบกลุ่มสำหรับฟอสเฟตที่ 40 มก./กก.น้ำหนักตัว/วัน คิดเป็นฟอสฟอรัส รวมฟอสฟอรัสจากอาหารและสารเติมแต่งฟอสเฟต ค่านี้ไม่ใช้กับผู้ที่มีการทำงานของไตลดลงระดับปานกลางถึงรุนแรง
  • ช่วงใช้ในสูตร: เริ่มประมาณ 0.05-0.20% สำหรับการควบคุมแร่ธาตุ/ความใสในเครื่องดื่ม และ 0.10-0.50% สำหรับระบบโปรตีน เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือนม แล้วปรับลดให้เหลือระดับต่ำที่สุดที่ได้ผลหลัง pilot test
  • จุดที่ต้องตรวจในสูตรจริง: ตรวจสิทธิ์การใช้ตามกฎหมายอาหาร ปริมาณฟอสเฟตสูงสุด โซเดียมที่เพิ่มขึ้น การแสดงค่าฟอสฟอรัส pH รสชาติ ความทนความร้อน และความเข้ากันได้กับวัตถุดิบที่มีแคลเซียมสูง
  • สารก่อภูมิแพ้: SHMP โดยตัวมันเองไม่มีโปรตีนนม ไข่ ปลา ถั่วลิสง ข้าวสาลี ถั่วเหลือง หรือกลูเตน ความเสี่ยง cross-contact ขึ้นกับการผลิตและการบรรจุจริง

  • -
Test Name Specification
Total Phosphate (as P2O5) 68% Min
Inactive Phosphate (as P2O5) 7.5% Max
pH value (10g/L solution) 5.8-6.5
Water-insoluble substances 0.05% Max
Iron (Fe) 90mg/kg Max
Heavy metals (as Pb) 10ppm Max
Fluoride (As F) 0.001% Max
Arsenic 1ppm Max
Lead 1ppm Max
Cadmium 1ppm Max
Mercury 1ppm Max
Appearance White powder
35 mesh sieve residue 1% Max
60 mesh sieve pass 90% Min
Loss on ignition 1% Max

Sodium Hexametaphosphate
Sodium Hexametaphosphate (SHMP, E452i) เกรดอาหาร ละลายน้ำได้ ใช้เป็นฟอสเฟตสำหรับจับไอออนโลหะ ช่วยเสถียรภาพเนื้อสัมผัส การอุ้มน้ำของโปรตีน และควบคุมแร่ธาตุในเครื่องดื่ม ควรใช้ในระดับต่ำที่สุดที่ได้ผลตามกฎหมายอาหารท้องถิ่น

Sodium Hexametaphosphate (SHMP, E452i) เป็นโซเดียมโพลีฟอสเฟตเกรดอาหาร ใช้เป็นสารจับโลหะ สารคีเลต และสารช่วยรักษาเนื้อสัมผัส/เสถียรภาพของระบบอาหารและเครื่องดื่ม ลักษณะเป็นผงสีขาว ละลายน้ำได้ เหมาะกับสูตรที่ต้องควบคุมไอออนโลหะ เพิ่มการทำงานของโปรตีน ช่วยอุ้มน้ำ หรือควบคุมความเสถียรของแร่ธาตุในผลิตภัณฑ์


หน้าที่ในสูตรอาหารแนวทางการใช้โดยทั่วไป*ผลทางเทคนิคบริบทอ้างอิง
1 จับไอออนโลหะมักเริ่มทดสอบในระดับต่ำ เช่น 0.05-0.30% ขึ้นกับสูตรและข้อจำกัดของกฎหมายอาหารในแต่ละประเทศจับแคลเซียม แมกนีเซียม และโลหะปริมาณน้อย ช่วยลดการตกตะกอน การเปลี่ยนสี ปฏิกิริยาออกซิเดชันจากโลหะ และความขุ่นจากแร่ธาตุ21 CFR 182.6760
2 ช่วยโปรตีนและการอุ้มน้ำในระบบเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือโปรตีน มักทดสอบประมาณ 0.1-0.5% โดยต้องคำนวณตามข้อกำหนดฟอสเฟตรวมเพิ่ม ionic strength และช่วยให้โปรตีนที่ละลายในเกลือทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการอุ้มน้ำ yield และเนื้อสัมผัสแนวปฏิบัติของฟอสเฟตในกระบวนการอาหาร
3 เสถียรภาพของนมและอิมัลชันใช้ใน processed cheese ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มครีม หรือระบบอิมัลชัน หลังทดสอบสมดุลแคลเซียมของสูตรจริงช่วยควบคุม calcium activity สนับสนุนการอิมัลซิไฟ และลดความเป็นเม็ดหรือการแยกชั้นในระบบที่เข้ากับฟอสเฟตหน้าที่ของโพลีฟอสเฟต E452i
4 ควบคุมแร่ธาตุในเครื่องดื่มใช้ในระดับต่ำที่สุดที่ให้ผล หลังตรวจ pH ความกระด้าง กระบวนการความร้อน และความใสของผลิตภัณฑ์สุดท้ายช่วยลดตะกรัน ตะกอน และความขุ่นที่เกิดจากไอออนประจุสองในเครื่องดื่มหรือระบบที่มีแร่ธาตุบริบทความปลอดภัยของ EFSA

*ช่วงการใช้ข้างต้นเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาสูตร ไม่ใช่ขีดจำกัดทางกฎหมายแบบครอบคลุมทุกประเทศ สูตรสุดท้ายต้องเป็นไปตามหมวดอาหาร กฎหมายท้องถิ่น ปริมาณฟอสเฟตรวม และหลัก GMP สำหรับการตั้งค่าร้าน ช่วงรับประทานเชิงปฏิบัติตั้งไว้ที่ 50-1000 มก./วัน เพราะวัตถุดิบนี้เป็นสารช่วยกระบวนการ/สารเติมแต่ง มากกว่าสารออกฤทธิ์ด้านสุขภาพโดยตรง



ไฮไลท์เชิงกลไก

  1. การคีเลตของโพลีฟอสเฟต: SHMP จับไอออนประจุสอง โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม ช่วยลดการเชื่อมข้ามของแร่ธาตุ การตกตะกอน และการเสื่อมคุณภาพที่ถูกเร่งด้วยโลหะ
  2. การทำงานของโปรตีน: ในระบบเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และโปรตีนนม ฟอสเฟตช่วยเพิ่ม ionic strength และปรับประจุของโปรตีน ทำให้การอุ้มน้ำ การสกัดโปรตีน และเนื้อสัมผัสดีขึ้น
  3. บัฟเฟอร์และสมดุลแร่ธาตุ: SHMP มีผลต่อระบบบัฟเฟอร์ฟอสเฟตและการควบคุมแคลเซียม ควรปรับ pH ปริมาณแคลเซียม เกลือ และความร้อนร่วมกัน เพราะการใช้มากเกินไปอาจให้รสไม่ดี เนื้อสัมผัสนิ่มเกิน หรือไม่สอดคล้องกับกฎหมาย
  4. ความเข้ากันได้ในกระบวนการ: หากทำได้ควรละลายในน้ำก่อนเติม หรือพรีมิกซ์กับวัตถุดิบแห้งเพื่อลดจุดที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป เติมขณะกวนและตรวจความใส ความหนืด pH และรสชาติหลังผ่านกระบวนการความร้อน/แรงเฉือนจริง


ความปลอดภัยและการใช้งานจริง

Mechanism -
Appearance -
Longevity -
Strength -
Long-term storage -
Shelf Life -
Allergen(s) -
Dosage (Range) -
Dosage (Per Day) -
Mix Method -
Heat Resistance -
Stable in pH range -
Solubility -
Product Types -
INCI -

Purchase History for

Loading purchase history...